ภาคผลิตผวาชัตดาวน์ยาวซ้ำรอยน้ำท่วม

 ภาคผลิตผวาชัตดาวน์ยาวซ้ำรอยน้ำท่วม  

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับ 7 องค์กรเอกชน เช่น ส.อ.ท. หอการค้าไทย, สมาคมธนาคาร, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นต้น ถึงผลกระทบชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 มกราคม 2557 นี้ ทุกองค์กรเป็นห่วงกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และเตือนให้แต่ละองค์กรเตรียมแนวทางการปฏิบัติงานให้มีความเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ไม่ให้การดำเนินธุรกิจสะดุด รวมถึงภายใน 1 – 2 วันนี้ คณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) และ 7 องค์กรภาคเอกชน จะเชิญทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน ศาลรัฐธรรมนูญ เครือข่ายภาคสังคม และพรรคการเมืองต่างๆ หันหน้าเจรจากันเพื่อจะระดมความคิดเห็นหาทางออกของประเทศ โดยจะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ในแง่ภาคการผลิตมองว่า ถ้าเหตุการณ์ยืดเยื้อจะกระทบต่อภาคการผลิตได้ โดยเฉพาะสมาชิกใน ส.อ.ท. 42 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งมีผู้ประกอบการเกือบ 8,000 รายทั่วประเทศโดย 80 – 90% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่อาจจะซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ได้ กรณีที่ออร์เดอร์หรือคำสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทย ถูกโยกไปประเทศเพื่อนบ้านแทน
          อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ จะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร           และปริมณฑล จากที่ทั่วประเทศมีผู้ประกอบการกลุ่มนี้ราว 2.9 ล้านราย เช่น โรงงานห้องแถวที่กระจายอยู่ทั่วไป จะได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้ ผู้ประกอบการต้องวางแผนรับมือ เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ตั้งแต่การขนส่งสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบนำเข้าและส่งออก หากโรงงานใดอยู่ใกล้ทางแยกที่ปิดเพื่อเป็นศูนย์รวมผู้ชุมนุม ก็ปรับแผนผลิตจาก 3 กะเป็น 1 กะ หรือวางแผนหยุดการผลิตชั่วคราว และหันไปเจรจากับโรงงานที่ผลิตในสินค้าชนิดเดียวกันที่ประกอบกิจการอยู่รอบนอกกรุงเทพฯ ทำการผลิตแทนจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ