ธปท.สั่งจับตาสินเชื่อรถยนต์-อสังหาฯ หวั่นเกิดปัญหาหนี้เสียหลังค้างค่างวด

 ธปท.สั่งจับตาสินเชื่อรถยนต์-อสังหาฯ หวั่นเกิดปัญหาหนี้เสียหลังค้างค่างวด

นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน เปิดเผยผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2557 ว่า สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) หรือสินเชื่อที่ขาดค่างวดตั้งแต่ 1 เดือน แต่ไม่ถึง 3 เดือน มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยมียอดคงค้าง 298,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,600 ล้านบาท โดยหากเทียบสัดส่วน SM ต่อสินเชื่อรวม พบว่า อยู่ที่ 2.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ 2.3% ทั้งนี้ SM ในไตรมาสที่ 2 ที่เพิ่มขึ้นเป็นอัตราส่วนมากกว่าสินเชื่ออื่น เช่น SM สินเชื่อภาคอุตสาหกรรม เพิ่มจาก 3.9% เป็น 4.1% สินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 2.4% เป็น 2.9% สินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้นจาก 7.7% เป็น 8.2% และสินเชื่อบัตรเครดิตที่ SM เพิ่มขึ้นจาก 2% ในไตรมาสที่ 1 เป็น 2.2% ในไตรมาสที่ 2
 
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ SM ในขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง และในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงปรับตัวดีขึ้น นอกจากนั้น ธนาคารพาณิชย์ยังเข้ามาดูแลลูกค้าได้เร็ว เช่น ในส่วนสินเชื่อรถยนต์ แม้จะมี SM เพิ่มสูงขึ้น แต่จะไปเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ค่อนข้างน้อย เพราะส่วนหนึ่งมีการจัดการเคลียร์หนี้สินก่อนกลายเป็นหนี้เสีย โดยสัดส่วนหนี้เอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวม (Gross NPL) และสัดส่วนหนี้เอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมหลังหักสำรองหนี้ (Net NPL) สินเชื่อไตรมาสที่ 2.3% และ 1.1% ตามลำดับ ส่วนการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงก่อนหน้า จากผลของสถานการณ์การเมืองที่กระทบต่อความเชื่อมั่นภาคเอกชน ส่งผลให้สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัวชะลอลงต่อเนื่องอยู่ที่ 7.3% จาก 9.8% ในไตรมาสก่อน.