ไทย-อาเซียนลงนามชุดที่ 9 เปิดเสรี 101 สาขา บัญชีไทยเตรียมลุยไฟเออีซี

 ไทย-อาเซียนลงนามชุดที่ 9 เปิดเสรี 101 สาขา บัญชีไทยเตรียมลุยไฟเออีซี

ไทย–อาเซียนลงนามเปิดเสรีการค้าบริการชุดที่ 9 แล้ว เตรียมเปิดเสรีเพิ่ม 25 สาขาย่อย เผยธุรกิจไทยมีโอกาสเข้าไปลงทุนในอาเซียนได้เพิ่มขึ้น เผยรัฐมนตรีอาเซียนส่งการบ้านมุ่งสู่ เออีซีเพียบ
 
น.ส.ชุติมา บุญยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยได้ร่วมกับอาเซียนลงนามพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (AFAS) ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ ซึ่ง จะทำให้อาเซียนมีการเปิดเสรีภาคบริการเพิ่มมากขึ้น และเปิดเสรีในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนทำธุรกิจบริการสาขาต่างๆ ในอาเซียนได้เพิ่มมากขึ้น โดยข้อผูกพันเปิดตลาดดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับภายใน 180 วัน ภายหลังจากวันที่ประเทศสมาชิกลงนาม
 
ทั้งนี้ ในส่วนของไทยได้ผูกพันเปิดตลาดเพิ่มเติมตามเป้าหมาย 101 สาขา มีสาขาบริการที่ไทยเปิดตลาดเพิ่มอีก 25 สาขาย่อย เช่น บริการให้คำปรึกษา บริการจัดทำบัญชี บริการเช่าเรือ บริการเรือสำราญระหว่างประเทศ บริการขนส่งสินค้าทางเรือ บริการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเล บริการเข้าวงจร สื่อสาร บริการข้อมูลออนไลน์ บริการเก็บสินค้าและคลังสินค้า และบริการ รับจัดหาที่จอดรถ เป็นต้น ซึ่งการเปิดเสรีจะไม่กระทบต่อธุรกิจไทย เพราะ เอกชนยืนยันว่าไม่มีปัญหา และส่วนใหญ่เป็นสาขาที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน ผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้อยู่แล้ว
 
ขณะเดียวกัน ไทยได้ร่วมลงนามข้อตกลงยอมรับร่วมสาขาบริการวิชาชีพบัญชี ซึ่งได้มาทดแทนกรอบความตกลงฉบับเดิมที่เป็นเพียงการกำหนดแนวทางเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ด้านบัญชีของอาเซียน ในขณะที่ข้อตกลงฉบับใหม่นี้ ประกอบไปด้วยหลักเกณฑ์และข้อกำหนดต่างๆ ในกระบวนการให้การยอมรับ ระเบียบวินัย หลักจริยธรรม มาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ประเทศสมาชิกอาเซียนยอมรับร่วมกัน เป็นการอำนวยความสะดวกในการเข้าไปให้บริการด้านบัญชีในประเทศอาเซียนมากยิ่งขึ้น
 
น.ส.ชุติมากล่าวว่า ได้เข้าร่วมลงนามในพิธีสารแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน (ACIA) ร่วมกับสมาชิกอาเซียน เพื่อทำให้การลงทุนในอาเซียนมีความคล่องตัว และมีการปรับปรุงข้อสงวน ด้านการลงทุนของประเทศสมาชิกในอนาคต โดยพิธีสารจะมีผลบังคับใช้เมื่อสมาชิกได้แจ้งการให้สัตยาบันครบทุกประเทศ ส่วนการหารือของคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน ได้ย้ำให้อาเซียนมีการ เปิดเสรีด้านการลงทุนให้มากขึ้น และต้องยกเลิกข้อสงวนที่เป็นอุปสรรคให้เหลือน้อยที่สุด เช่น การปรับปรุงข้อห้ามการกำหนดเงื่อนไขการลงทุน การปรับปรุงแก้ไขความชัดเจนในการให้สิทธิผู้มีถิ่นพำนักถาวร การส่งเสริมและการอำนวยความสะดวก ด้านการลงทุน และการจัดทำนโยบายด้านการลงทุน เป็นต้น
 
สำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ได้เร่งรัดให้สมาชิกเดินหน้าไปสู่ AEC โดยในปี 2558 ให้มีการเร่งรัดจัดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASW) ระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองที่เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งอาเซียน การจัดตั้งระบบคลังข้อมูลทางการค้าของอาเซียน การปรับประสานมาตรฐานของสินค้าสำคัญ ต่างๆ เช่น อาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ยาแผนโบราณ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อช่วยเอื้ออำนวยและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอาเซียนในการดำเนินธุรกิจได้อย่างสะดวก รวดเร็วและลดต้นทุนการทำธุรกิจ และส่งเสริมการค้าระหว่างอาเซียนให้มากขึ้น
 
ส่วนความร่วมมือของอาเซียนหลังปี 58 สมาชิกได้ให้ความสำคัญการเปิดเสรีการค้าสินค้าบริการเพิ่มขึ้น การอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะการปรับประสานกฎระเบียบในอาเซียน การลด ยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษีที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน และการพัฒนา SMEs ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจจะถูกนำไปรวมกับวิสัยทัศน์ด้านการเมืองและด้านสังคมเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมอาเซียนในเดือน พ.ย.นี้.