จริงหรือไม่ที่ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดลงในอีก 10 ปีข้างหน้า ?

 เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่จะกระทบต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากนอกประเทศเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าก๊าซจากพม่า ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ของโรงไฟฟ้า หรือการนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาแพงกว่าก๊าซในประเทศถึง 2 เท่าเข้ามาทดแทน "ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ถึงข้อเท็จจริงที่กำลังเกิดขึ้นในอ่าวไทย

 
- สถานการณ์ก๊าซในอ่าวไทย
 
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยปัจจุบันคือ 3,600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ซึ่งไม่พอ เราต้องนำเข้าจากพม่าอีกประมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และในอีก 2 ปีข้างหน้าก็จะนำเข้าเพิ่มเติมจากแหล่ง M9 หากว่าไทยต้องการผลิตก๊าซจากอ่าวไทยที่ระดับการผลิต 3,600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วันต่อไป โดยที่ไม่มีแผนรองรับอะไรเลยก็จะได้แค่ช่วง 10 ปีนี้เท่านั้น โดย 10 ปีหลังจากนั้น ปริมาณก๊าซในอ่าวไทยจะลดลงเรื่อย ๆ อาจจะเหลือแค่เพียง 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วันเท่านั้น ฉะนั้นจึงเท่ากับว่าก๊าซธรรมชาติในไทยจะมีใช้ต่อไปได้ถึง 20 ปี ไม่ใช่ว่า 10 ปีนี้จะหมดที่สำคัญกำลังการผลิตก๊าที่ลดลง เราต้องมีแผนรองรับเพื่อทดแทน คือ 1) จะต้องมีการค้นหาก๊าซจากแหล่งสัมปทานใหม่ ๆ ในประเทศ 2) การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา 3) การบริหารอายุสัมปทานก๊าซในอ่าวที่จะหมดอายุลงอย่างแปลงสัมปทานของ ปตท.สผ.-เชฟรอน และ 4) การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เข้ามาทดแทน ซึ่งในเฟสแรกกำหนดไว้ที่ 5 ล้านตัน/ปี หรือประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และในเฟสที่สองอีก 5 ล้านตัน/ปี สามารถรองรับความต้องการได้ 1,400 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน 
 
การนำเข้าก๊าซ LNG เข้ามาเพื่อทดแทนปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ค่อย ๆ ลดลงนั้น ราคาของ LNG สูงกว่าราคาก๊าซในอ่าวไทยถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้น ทาง ปตท.สผ.เองก็กำลังหาแหล่งก๊าซ LNG อยู่ จากการเตรียมโครงการในโมซัมบิก หรือการไปเจรจาซื้อก๊าซ LNG จากสหรัฐในแหล่งเชลล์ก๊าซ ที่คาดว่ามีปริมาณ LNG มากถึง 500 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต 
 
- ปริมาณสำรองก๊าซในประเทศ
 
ที่มีการพิสูจน์แล้วก็คือ 10 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เมื่อรวมกับสำรองที่น่าจะมีความเป็นได้ทั้งสิ้น 27.42 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต นโยบายของกระทรวงพลังงานก็คือเราจะต้องรักษาระดับการผลิตก๊าซในอ่าวไทยไม่ให้มากไปกว่านี้อีกแล้วคือ 3,600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ความต้องการใช้ก๊าซที่จะเพิ่มขึ้นจะถูกทดแทนด้วยก๊าซจากแหล่งผลิตในพม่า ตอนนี้ได้เร่งให้ ปตท.สผ.เข้าไปสำรวจแปลงสัมปทานในพม่าให้มากขึ้น นอกเหนือจากแหล่งยาดานา-เยตากุน รวมถึงแหล่งซอติก้า คาดว่าจะได้ก๊าซประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุต ที่จะผ่านท่อจากบ้านอีต่อง (กาญจนบุรี) ซึ่งรองรับก๊าซได้ถึง 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน เข้ามาในประเทศไทย 
 
- แต่ยาดานายังสำคัญที่สุด
 
ใช่ แหล่งนี้คล้ายกับน้ำมันถังใหญ่ ผู้รับสัปทานคือบริษัท Total เปิดแท่นขุดเจาะไปแค่ 12 หลุม สามารถดึงก๊าซขึ้นมาใช้ได้ตลอด มีสำรองอยู่ถึง 6 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เมื่อเทียบกับแหล่งบงกชในไทย ถือว่าเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดแล้ว ยังมีปริมาณสำรองแค่ 5 ล้านลูกบาศก์ฟุต แต่บงกชต้องขุดเจาะถึง 400-500 หลุม มีแท่นมากกว่า 30 แท่น แหล่งยาดานามีปริมาณก๊าซมากกว่าอ่าวไทยเป็นร้อยเท่า 
 
- การเจรจาสัมปทานที่ใกล้หมดอายุ
 
ในอ่าวไทยมีแปลงสัมปทานที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันและใกล้จะหมดอายุแล้วโจทย์ของเราก็คือต้องพยายามรักษาปริมาณการผลิตก๊าซในอ่าวไทยในระดับนี้ต่อไป เราไม่อยากให้การหมดอายุสัมปทานทำให้ปริมาณการที่ผลิตสะดุดลง ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าในอีก 2 ปีก่อนสัมปทานหมดอายุ เราจะใช้วิธีการอย่างไรให้ผู้รับสัมปทาน ซึ่งอาจจะเป็นรายเก่าหรือรายใหม่สามารถดำเนินการต่อไป 
 
- พื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
 
ยังไม่มีการสำรวจในขณะนี้ แต่มีความเชื่อว่าค่อนข้างมีปริมาณก๊าซมาก เพราะว่าแอ่งมันใหญ่มาก เมื่อเทียบกับอ่าวไทย มีทั้งสิ้น 26,000 ตารางกิโลเมตร แต่คงชะลอไปก่อน เพราะบรรยากาศทางการเมืองระหว่างไทย-กัมพูชายังไม่เอื้ออำนวย ความจริงประเทศไทยมีการให้สัมปทานในพื้นที่นี้ไปตั้งแต่ปี 2511 หรือก่อนที่กัมพูชาจะมีการอ้างสิทธิ์ ฝั่งไทยได้ขีดเป็นแปลงเพื่อให้สัมปทานไปแล้ว จากนั้นในปี พ.ศ. 2515 กัมพูชามีการประกาศเขตไหล่ทวีป และประกาศเป็นพื้นที่ทับซ้อน 
 
มติ ครม.ไทยจึงระบุห้ามผู้รับสัมปทานที่ได้ก่อนหน้านี้ไปสำรวจ ก็เท่ากับที่ให้ไปเป็นการจองสิทธิ์แปลงสัมปทาน อายุสัมปทานยังไม่เริ่มนับ จนกว่าเราจะตกลงกับกัมพูชาได้ ซึ่งหลังปี 2511 ทางกัมพูชาก็เปิดให้แปลงสัมปทานในพื้นที่นี้เช่นกัน เรื่องนี้มันอ่อนไหว แม้เราจะตกลงกับกัมพูชาได้ อาจจะในลักษณะของแบ่งผลประโยชน์ร่วมแบบไทย-มาเลเซีย แต่เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายให้สัมปทานซ้อนกันอยู่ ก็จะต้องมาคุยกันในรายละเอียดอีกว่า ที่ให้ ๆ กันไปแล้ว อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี ไม่ใช่ตกลงกันปั๊บ สามารถผลิตได้ปุ๊บ
 
ส่วนเวียดนามนั้นกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อขายก๊าซระหว่าง ปตท.สผ.กับรัฐบาลเวียดนาม คือแปลงสัมปทานของเขาอยู่ใกล้กับแหล่งอาทิตย์ เดิมเวียดนามจะวางท่อก๊าซขึ้นไปประเทศของเขา แต่เราบอกว่าระยะทางมันไกล แถมพื้นที่วางท่อก๊าซผ่านโดยธรณีวิทยาแล้ว ไม่น่าจะมีก๊าซอีก เราก็เสนอว่าให้เวียดนามขายก๊าซให้กับประเทศไทยเชื่อมมาที่แหล่งอาทิตย์ซึ่งเรามีท่ออยู่แล้ว ส่วนเราจะแลกเปลี่ยนด้วยการไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้เขา กำลังเจรจาอยู่