ชงตรึงเอฟทีลดภาระค่าไฟฟ้าพุ่ง

 ชงตรึงเอฟทีลดภาระค่าไฟฟ้าพุ่ง กฟผ.ลุ้นฝนตกเพิ่มช่วยเขื่อนเพิ่มกำลังผลิต

 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุกรรมการค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีข้อสรุปว่า จะเสนอเรื่องให้ กกพ. พิจารณาในวันที่ 28 ส.ค. เพื่อให้ กกพ. เห็นชอบการตรึงค่าเอฟทีที่จะเรียกเก็บจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้า งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ต่อไป ซึ่งจะทำให้ค่าเอฟทียังจะคงจัดเก็บที่ 69 สตางค์ (สต.) ตามเดิม แม้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง คือก๊าซธรรมชาติ การตรึงค่าเอฟทีดังกล่าว ทำให้ กฟผ. ต้องยอมแบกรับภาระบางส่วน
 
ทั้งนี้ นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ก็มีความพร้อมที่จะช่วยรับภาระ โดยคาดว่าจะใช้เม็ดเงิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนค่าไฟฟ้าในภาพรวมไม่ได้มีการปรับขึ้นมากนัก เนื่องจากทั้งราคาก๊าซธรรมชาติ และอัตราแลกเปลี่ยนไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ขณะที่การใช้ไฟฟ้าของประเทศ ล่าสุดเริ่มปรับเพิ่มขึ้นโดยเดือน ส.ค. ได้ปรับขึ้น 0.7% และจากนี้ไปความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้การใช้ไฟฟ้าของไทยเพิ่มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และทำให้ปีนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะปรับเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2556
 
สำหรับแนวโน้มค่าเอฟทีงวดแรก (ม.ค.-เม.ย.) ของปี 2558 หรือเดือน ม.ค.-เม.ย. จะปรับขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่ว่า กฟผ.จะปล่อยน้ำจากเขื่อนเพื่อเสริมในการผลิตไฟฟ้าได้เพียงใด เนื่องจาก กฟผ.เป็นห่วงปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนทุกแห่งค่อนข้างต่ำ แต่ในปีหน้ามีปัจจัยที่ดีต่อระบบการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสาที่ประเทศลาวเริ่มเข้าระบบ ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.ลดต่ำลง เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง.