กพร.จัดโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ตั้งเป้าพัฒนาเอสเอ็มอี 10 กลุ่มอุตฯรองรับเอซี

 กพร.จัดโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ตั้งเป้าพัฒนาเอสเอ็มอี 10 กลุ่มอุตฯรองรับเอซี

       นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กพร.มีนโยบายในการส่งเสริมให้สถานประกอบการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตของผู้ประกอบการ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้และเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้แก่สถานประกอบการ จึงจัดโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการของสถานประกอบการขึ้น ซึ่งปีนี้กพร.ได้รับงบจากรัฐบาลดำเนินโครงการเป็นที่ 2 เป็นเงิน 75 ล้านบาท จะดำเนินการในสถานประกอบการทั่วประเทศ 200 แห่งกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 10 อุตสาหกรรมได้แก่ อาหาร, สินค้าเกษตร ,ยานยนต์/ชิ้นส่วน/โลหะ , ท่องเที่ยว/บริการ,เฟอร์นิเจอร์,สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ,ไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์/คอมพิวเตอร์/ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, ก่อสร้าง,อัญมณี/เครื่องประดับและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศและมีการเติบโตสูงเพื่อเตรียมพร้อมรองรับประชาคมอาเซียน(เอซี)
        อธิบดีกพร.กล่าวอีกว่า กพร.จะเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมี.ค.-ก.ย.นี้โดยได้สั่งการให้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค(สพภ.)เป็นเจ้าภาพบริหารจัดการโครงการและงบประมาณแต่ละภาคและให้ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด(ศพจ.) แต่ละจังหวัดออกสำรวจความต้องการลดต้นทุน รวมทั้งประสานกับสถานประกอบการเพื่อขับเคลื่อนในการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และการดำเนินโครงการในปีนี้ จะมีที่ปรึกษา เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)และม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) ช่วยดูแลเอสเอ็มอีในพื้นที่ภาคกลาง ม.ขอนแก่นช่วยดูแลในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งโครงการปีนี้จะทำเช่นเดิมคือมีคณะกรรมการลงไปติดตามประเมินผลว่า หลังจากสถานประกอบการแต่ละแห่งลดต้นทุนการผลิตเช่น ค่าไฟฟ้า น้ำประปาได้เท่าไหร่ และเพิ่มผลิตภาพแรงงานได้เท่าไหร่เพราะนอกธุรกิจเอสเอ็มอีได้ความรู้ทางวิชาการไปแล้ว จะต้องนำไปใช้ปรับปรุงกิจการด้วย
        “การดำเนินโครงการเน้น 4 กระบวนการหลักคือ การลดความสูญเสียในวงจรการผลิตด้วยการควบคุมคุณภาพโดยใช้หลักการทางสถิติ , การวางแผนความต้องการสินค้าของลูกค้าหรือการวางแผนการผลิตหรือการจัดตารางการผลิต, การเพิ่มผลิตภาพแรงงานโดยใช้การวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิตและการควบคุมสินค้าคงคลังหรือการจัดการคลังสินค้าโดยปีที่แล้ว กพร.ได้รับงบจากรัฐบาล 12 ล้านบาทและมีสถานประกอบการใน 8 จังหวัดได้แก่ นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เข้าร่วมทั้งหมด 18 แห่ง เช่น ผู้ประกอบการน้ำตาล โรงพิมพ์ เซรามิค ผลดำเนินโครงการภาพรวมช่วยลดต้นทุนการผลิต ต้นทุนของเสีย ต้นทุนพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำประปาและต้นทุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 192 ล้านบาท”นายนคร กล่าว