อุตฯบรรจุภัณฑ์-สิ่งพิมพ์ส่อรุ่ง

  อุตฯบรรจุภัณฑ์-สิ่งพิมพ์ส่อรุ่ง

         นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานคลัสเตอร์การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ว่า อุตสาหกรรมประเภทนี้ยังอยู่ในภาวะสดใส มีการเติบโตตามเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศหรือจีดีพี โดยในปีนี้คาดว่าจะอยู่ในระดับ 7-8% จากปีก่อนที่มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 3 แสนล้านบาท เป็นในส่วนของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ประมาณ 50% และอีก 50% เป็นของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ที่เกิดจากการใช้โดยตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการขยายตัวตามภาวะอุตสาหกรรมที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ในการบรรจุหีบห่อ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหารที่ปีนี้คาดว่าจะมีการส่งออกประมาณ 9.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4-5% จากปีก่อนมีมูลค่าส่งออก 9.7 แสนล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ในส่วนนี้คิดเป็นมูลค่าของบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์เฉลี่ยอยู่ถึง 40% ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ใช้โลหะเป็นบรรจุภัณฑ์ก็มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 4.2 แสนล้านบาท มีการนำวัตถุดิบมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ถึง 2 แสนตันต่อปี สำหรับบรรจุภัณฑ์จากขวดแก้วก็มีการใช้ถึง 2.4 ล้านตันต่อปี เป็นต้น ดังนั้น จึงมองว่าหลังจากที่เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 แล้ว อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ของไทย จะมีอัตราการเติบโตอย่างมากโดยเฉพาะในส่วนของสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์กระดาษที่มีการส่งออกปีละประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท จะขึ้นไปถึงกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี
         อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์จะเติบโตค่อนข้างมาก แต่ผู้ประกอบการอย่าได้วางใจ เพราะยังมีประเทศคู่แข่งที่สำคัญอย่าง จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งจะต้องเตรียมตัวในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยมุ่งตอบสนองลูกค้าเป็นหลัก และต้องพัฒนาการออกแบบ รูปแบบที่ทันสมัยรับกับกระแสของโลกที่ตามมาและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้ ในส่วนของภาครัฐเองจะต้องให้การสนับสนุนในการให้สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษี