กรมทรัพย์สินทางปัญญา โละ "ม.74 กม.ลิขสิทธิ์" - ปล่อยผีกรรมการบริษัทก๊อบปี้รอด

                   กรมทรัพย์สินทางปัญญา โละ "ม.74 กม.ลิขสิทธิ์" - ปล่อยผีกรรมการบริษัทก๊อบปี้รอด 

       กรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมโละมาตรา 74 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ หลังศาลรัฐธรรมนูญตีความขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปล่อยผีกรรมการนิติบุคคลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ต้องร่วมรับผิดกับนิติบุคคล
 
 
      นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กล่าวว่า ทางกรมได้มีหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อขอหารือถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 5/2556 วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ลงประกาศผลพิจารณาตีความให้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 74 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 มีผลให้มาตราดังกล่าวไม่สามารถใช้บังคับได้ ดังนั้น กรมในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลตาม พ.ร.บ. จึงได้ขอทราบว่าควรมีแนวทางการปฏิบัติอย่างไร และมีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ในประเด็นนี้หรือไม่ 
 
 
    "กรมขอทราบแนวทางการปฏิบัติหลังจากศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพื่อจะแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของตำรวจและอัยการ ว่ามาตรา 74 ไม่สามารถบังคับใช้ได้แล้ว จะต้องทำอย่างไร เพราะเท่าที่ทราบทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แต่งตั้งให้มีคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา เพื่อพิจารณาเรื่องความผิดของนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.อื่น เพราะเคยมีการตีความในลักษณะคล้ายกันในปี 2555 กับ พ.ร.บ.ขายตรง และตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 54 ไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยคดีที่เกี่ยวกับความผิดของนิติบุคคลมีจำนวนหลายพันคดีในศาล แต่ในส่วนของลิขสิทธิ์ยังไม่มีตัวเลขว่ามีคดีค้างอยู่เท่าไร"
 
 
        ทั้งนี้ มาตรา 74 ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับบทลงโทษในกรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ตามกฎหมายลิขสิทธิ์เดิม จะให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับนิติบุคคลนั้นด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของนิติบุคคลนั้นได้กระทำโดยที่ตนไม่ได้รู้หรือยินยอม แต่ภายหลังจากการตีความของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ถ้านิติบุคคลกระทำความผิดให้รับผิดเฉพาะกรรมการผู้จัดการนิติบุคคล หรือกรรมการผู้มีอำนาจ ไม่ใช่กรรมการทุกคน
 
 
      แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แม้ว่ามาตรา 6 จะระบุว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้มิได้ แต่ไม่ใช่ว่ากฎหมายลิขสิทธิ์ทั้งฉบับจะใช้ไม่ได้ เพียงแต่ยกเลิกไม่ใช้บังคับในส่วนมาตรา 74 เท่านั้น
 
 
       อย่างไรก็ตาม คดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ จะมีลักษณะที่แตกต่างไปจากคดีอาชญากรรมทั่วไป จะหาหลักฐานเพื่อมาพิสูจน์ความผิดได้ยากและจำเลยรู้เห็นด้วย จึงต้องวิธีการสันนิษฐาน เพื่อลดภาระของฝ่ายบริหารในการพิสูจน์ความผิดของจำเลย แต่จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ผู้แทนนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหานั้น ได้มีโอกาสแก้ต่างได้ด้วย 
 
 
   "บางส่วนมองว่านิติบุคคลคือบุคคลที่สมมติ ไม่มีความคิดหรือการกระทำที่เป็นของตนเอง ดังนั้น การคิด การกระทำผิดก็จะผ่านผู้แทนนิติบุคคลทั้งสิ้น ตัวแทนนิติบุคคลคือกรรมการบริษัทจะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ แต่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญให้สันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ มาตรานี้จึงไปขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ"