เปิดเออีซีเศรษฐกิจไทยโตรองบ๊วย ลาวเบอร์ 1 กัมพูชาตามติด ลุ้นโครงการ 2 ล้านล้านฉุด

 เปิดเออีซีเศรษฐกิจไทยโตรองบ๊วย ลาวเบอร์ 1 กัมพูชาตามติด ลุ้นโครงการ 2 ล้านล้านฉุด

นายอัทธ์ พิศาลวานิช  ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีหลายหน่วยงานประเมินอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียนหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 โดยประเทศลาวจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นกัมพูชา, พม่า, อินโดนีเซีย, เวียดนาม,ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, บรูไน, ไทย และ สิงคโปร์ เนื่องจาก ประเทศสิงคโปร์และไทยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง ๆ ทำได้ลำบาก ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ลาว, กัมพูชา, พม่า มีอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในระดับสูงหลังการเปิดเออีซี เนื่องจากจะมีทุนข้ามชาติเข้ามาตั้งโรงงานมากขึ้น ทั้งนักลงทุนจากไทย ยุโรป สหรัฐ และเอเชีย เพื่อต้องการอาศัยต้นทุนการผลิตที่ไม่สูง โดยเฉพาะเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าเช่าพื้นที่โรงงาน และมีปริมาณแรงงานที่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุน ขณะเดียวกันผลพวงจากการเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมากขึ้นก็จะทำให้ประชากรมีรายได้เพิ่ม

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศไทยหากจะผลักดันให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงก็จะเน้นอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล เพราะหากเสร็จจะทำให้การขนส่งสินค้าและการเดินทางของนักท่องเที่ยวมีความสะดวกก็จะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มได้ดี ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็จำเป็นต้องมีการส่งเสริมการลงทุนการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนแรงงานที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรม และต้องมีการส่งเสริมการพัฒนาการดีไซน์ของสินค้าเพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น