ปั้นเอสเอ็มอีไทยสู่ตลาดยุโรป

 ปั้นเอสเอ็มอีไทยสู่ตลาดยุโรป

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยและสหภาพยุโรปมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องยาวนานภายใต้ความร่วมมือในมิติที่หลากหลาย ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน ซึ่งกลุ่มสหภาพยุโรปนับเป็นตลาดการค้าหลักที่สำคัญในลำดับต้นๆ ของไทย เห็นได้จากตัวเลขมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ในปี 2555 มีมูลค่ารวม 1,296,444 ล้านบาท โดยการส่งออกสินค้าไทย มีมูลค่า 674,064 ล้านบาท และการนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป มีมูลค่า 622,380 ล้านบาท ในส่วนของ SMEs มีมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปรวม 456,927 ล้านบาท ซึ่งการส่งออกสินค้าไทยมีมูลค่า 200,979 ล้านบาท ประเทศที่ SMEs ส่งออกสินค้าไปมากที่สุด ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และเบลเยียม สินค้าที่มีการส่งออกมากที่สุด ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา หรือสัตว์น้ำ ส่วนการนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปมีมูลค่า 255,948 ล้านบาท ประเทศที่ SMEs ไทยนำเข้าสินค้ามากที่สุด ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี และสหราชอาณาจักร สินค้าที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ รวมทั้งยานยนต์และส่วนประกอบ
          อย่างไรก็ตาม สำหรับความร่วมมือของไทยกับสหภาพยุโรป ภายใต้หนังสือแสดงเจตจำนงว่า ด้วยการหารือเชิงนโยบายด้าน SMEs ในครั้งนี้ จะมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานของ SMEs เพื่อพัฒนากรอบนโยบาย SMEs สมัยใหม่ ที่เอื้อประโยชน์ต่อการเป็นผู้ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีขึ้น 2.การส่งเสริมให้เกิดพันธมิตรทางธุรกิจระหว่าง SMEs ของไทยและสหภาพยุโรป และ 3.การหารือเชิงนโยบายด้าน SMEs เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน และเพิ่มความร่วมมือในระดับทวิภาคี ทั้งนี้ จะให้ความสำคัญในเรื่องต่างๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานสู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้เกิดการตรากฎหมายที่เอื้อต่อ SMEs และการยกระดับ SMEs สู่สากล การปรึกษาหารือด้านธุรกิจของภาครัฐ-เอกชน และความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม การส่งเสริมให้เกิดพันธมิตรทางธุรกิจระหว่าง SMEs ของไทยและสหภาพยุโรป การสนับสนุนความร่วมมือเกี่ยวกับ SMEs ในด้านต่างๆ