ไทย-สปป. ลาว ชื่นมื่น ยกระดับความสัมพันธ์

 ไทย-สปป. ลาว ชื่นมื่น ยกระดับความสัมพันธ์ 

              รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศให้เกียรติเป็นประธานกล่าวต้อนรับการเยือนของคณะผู้แทนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์ฉันพี่น้องและไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมาตรการเยียวยาทางการค้าแก่ สปป. ลาว
 
            เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวต้อนรับ Dr. Laohoua Cheuching รองอธิบดีกรมนโยบายการค้าต่างประเทศ (Foreign Trade Policy Department) กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ (Ministry of Industry and Commerce) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวพร้อมคณะ และกล่าวเปิดการบรรยายเรื่องมาตรการเยียวยาทางการค้า : เรียนรู้จากประสบการณ์ของไทย เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของไทยในการดำเนินมาตรการเยียวยาทางการค้าในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา
          ในโอกาสนี้ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศได้กล่าวแสดงความชื่นชมและยินดีที่ สปป. ลาวได้เข้าเป็นสมาชิกใหม่ลำดับที่ ๑๕๘ ขององค์การการค้าโลกตั้งแต่วันที่ ๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ซึ่งการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกของ สปป. ลาวจะทำให้เศรษฐกิจของ สปป. ลาวมีความเจริญเติบโตและการค้าชายแดนระหว่างไทยและ สปป. ลาว มีมูลค่าการค้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอนเพื่อเตรียมต้อนรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเต็มรูปแบบปลายปี ๒๕๕๘ นี้
        นายวันชัย วราวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักปกป้องและตอบโต้ทางการค้า กล่าวเสริมว่าไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการเกี่ยวกับการยกร่างกฎหมายและระเบียบข้อบังคับภายในประเทศว่าด้วยมาตรการเยียวยาทางการค้าของ สปป. ลาว อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาทางการค้าของ สปป. ลาว ในอนาคตเป็นไปโดยสอดคล้องกับพันธกรณีที่ให้ไว้กับองค์การการค้าโลกโดยเคร่งครัด
       ภายหลังเสร็จสิ้นการบรรยาย Dr. Laohoua Cheuching หัวหน้าคณะผู้แทน สปป. ลาวได้แสดงความขอบคุณรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศและเจ้าหน้าที่สำนักปกป้องและตอบโต้ทางการค้าที่ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่ สปป. ลาวอย่างอบอุ่น พร้อมกล่าวว่าการมาเยือนกรมการค้าต่างประเทศในครั้งนี้ได้ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจอย่างดียิ่งเกี่ยวกับกระบวนการไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาทางการค้าของไทยอันจะเป็นประโยชน์สำหรับ สปป. ลาว ที่จะได้นำประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ประกอบการยกร่างกฎหมายและระเบียบข้อบังคับภายในประเทศว่าด้วยมาตรการเยียวยาทางการค้าต่อไป