ราชบุรีฯ จองลงทุน 9 ประเทศ ตลาดใหม่ 'ญี่ปุ่น-ปากีฯ-บังกลาเทศ'

 ราชบุรีฯ จองลงทุน 9 ประเทศ ตลาดใหม่ 'ญี่ปุ่น-ปากีฯ-บังกลาเทศ' 

เพชรบุรี : "ราชบุรีโฮลดิ้งส์" สยายปีกลงทุนพลังงาน 9 ประเทศ คิวต่อไปเล็งบุกโซลาร์ฟาร์ม ญี่ปุ่น-ปากีสถาน-บังกลาเทศ" เหตุจูงใจประชากรเยอะและไฟฟ้าราคาแพง ตั้งเป้าหมาย 2559 ผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 7,800 เมกะวัตต์ เผยพร้อมรับมือแหล่งก๊าซ "เยตากุน" พม่าปิดซ่อมบำรุงด้วยการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นดีเซลและน้ำมันเตาแทน 
 
นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮล ดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการแข่งขันทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้บริษัทสามารถ เติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ และสังคม ทั้งนี้ บริษัทได้วางแนวทางในการดำเนินธุรกิจนับตั้งแต่การใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วให้เต็มศักยภาพเพื่อสร้างรายได้ การแสวงหาโครงการพัฒนาใหม่ในฐานธุรกิจเดิมของบริษัท ได้แก่ ไทย ลาว ออสเตรเลีย การผนึกกับพันธมิตร เพื่อลงทุนขยายกำลังการผลิตในตลาดใหม่ๆ เช่น พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ซึ่งบริษัทได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์โอกาสและศักยภาพของตลาดเหล่านี้แล้ว และเห็นว่ามีความเป็นไปได้ในการลงทุนยังมีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม มีโอกาสที่จะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและพลังน้ำส่วนฟิลิปปินส์ จะเป็นการลงทุนในลักษณะของการเข้าซื้อกิจการที่มีความน่าสนใจ 
 
ขณะเดียวกันบริษัท ยังได้ศึกษารายละเอียดเพื่อลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2-3 โครงการ คาดว่าจะสามารถลงทุนได้ในปี 2557 รวมถึงประเทศปากีสถาน และบังกลาเทศ ที่มีการใช้ไฟฟ้ามากพอสมควร และไฟฟ้าก็มีราคาแพง ทางบริษัทก็ได้ศึกษารายละเอียดต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมลงทุน กฎระเบียบ ค่าเงิน ซึ่งข้อดีคือการเข้าไปลงทุนเป็นลำดับต้นๆ จะได้ผลตอบแทนสูง และเมื่อได้รับการคัดเลือกลงทุนแล้วทำให้มีคอนเน็กชั่นก็มีโอกาสจะได้ลงทุนต่อเนื่อง 
 
นายพงษ์ดิษฐ กล่าวว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการลงุทนธุรกิจผลิตไฟฟ้าฐาน พลังงานทดแทน และธุรกิจต่อเนื่องปี 2559 ต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 7,800 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลัง ผลิตรวมอยู่ที่ 6,303 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยกำลังการผลิตของบริษัทเติบโตประมาณ 4.28 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1,470 เมกะวัตต์ในปี 2543 มาอยู่ที่ 6,303 เมกะวัตต์ สินทรัพย์จาก 37,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149% เป็นจำนวน 92,000 ล้านบาท กำไรสะสมอยู่ที่ 38,600 ล้านบาท 
 
สำหรับฐานการผลิตที่สร้างรายได้นั้นบริษัทมีโครงการที่ผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์จำนวน 26 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนา โครงการจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าราชบุรีเวอด์โคเจนเนอเรชั่น กำลังการผลิต 210 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้านวนคร กำลังผลิต 122 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมเขาค้อ กำลังผลิต 60 เมกะวัตต์ โครงการผลิตไฟฟ้าชีวมวลสงขลา กำลังผลิต 9.9 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าหงสา กำลังผลิต 1,878 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเชเปียน เชน้ำน้อย กำลังผลิต 410 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการทั้งหมดอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีความก้าวหน้าตามแผนงานที่วางไว้ 
 
นอกจากนี้ ยังมาจากสปป.ลาว และออสเตรเลียด้วย ซึ่งบริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในทั้งไทย สปป.ลาว และออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง โดยในออสเตรเลีย บริษัทกำลังดำเนินการพัฒนาโครง-การ Collinsville Energy Park ซึ่งเป็นการ พัฒนาโรงไฟฟ้า Collinsville ซึ่งหยุดการผลิตแล้วให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Solar PV และ Solar Thermal และยังมีแผนที่จะพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติทดแทนโรงไฟฟ้าเดิมอีกด้วย 
 
"ในอนาคตบริษัทมีแนวทางที่จะขยายพอร์ตการลงทุนในลักษณะของการพัฒนาโครงการใหม่ และการเข้าซื้อกิจการหรือหุ้นของกิจการโรงไฟฟ้า ทั้งในและต่างประเทศ โดยจะพิจารณาโครงการประเภทถ่านหิน พลังาน และพลังงานทดแทนเป็นสำคัญ อีกทั้งยังหาช่องทางที่จะเข้าสู่ธุรกิจอื่น ทั้งในไลน์ธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงาน" 
 
นายพงษ์ดิษฐ กล่าวว่า บริษัทใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ามีจำนวน 4 พันเมกะวัตต์ และสามารถใช้น้ำมันเป็น เชื้อเพลิงควบคู่ไปได้วย ซึ่งการผลิตไฟฟ้าใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงจะทำให้ค่าไฟฟ้าในปี 2558 จะขยับเป็น 4 บาทต่อหน่วย ในปี 2564 จะเพิ่มเป็น 5 บาทต่อหน่วย 
 
อย่างไรก็ดี ในช่วงระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2556 ถึงเดือนมกราคม 2557 แหล่งก๊าซธรรมชาติของพม่าจะปิดซ่อมบำรุง ทำให้ไทยขาดก๊าซฯภาคตะวันตกในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้น โรงไฟฟ้าของราชบุรีโฮลดิ้ง 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ และโรงไฟฟ้าราชบุรีเพาเวอร์ กำลังผลิตรวม 4,000 เมกะวัตต์ จะเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงก๊าซเป็นน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาแทน ซึ่งบริษัทจะหยุดการซ่อมประจำปีประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะถึงกำหนดพม่าหยุดซ่อมบำรุง