เอดีบีประกาศหั่นจีดีพีไทยปี 56 เหตุส่งออกไม่ฟื้น-การบริโภคลด

 เอดีบีประกาศหั่นจีดีพีไทยปี 56 เหตุส่งออกไม่ฟื้น-การบริโภคลด

นางลักษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโส สำนักงานผู้แทนประจำประเทศไทย ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(เอดีบี) เปิดเผยว่า เอดีบี เตรียมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจหรือจีดีพีไทยปีนี้ ลงจากเดิมที่คาดว่า จะอยู่ที่ 3.8% เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนไตรมาส 4 มองว่า การส่งออกคงไม่ฟื้นตัวมากนัก ขณะที่ การบริโภคภาคเอกชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่เชื่อว่าการส่งออกคงไม่ติดลบ ส่วนเศรษฐกิจไทยปีหน้าคาดการณ์ว่า จะขยายตัวดีกว่าปีนี้ โดยการส่งออกจะเริ่มฟื้นตัวมากขึ้นตามเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการลงทุนภาครัฐ ตามนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จะช่วยผลักดันการลงทุนภาคเอกชนให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ต้องติดตามว่า ภาครัฐจะเบิกจ่ายได้มากน้อยเพียงใด เพราะการลงทุนที่ต่อเนื่อง จะช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่หวังว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศจะไม่ยืดเยื้อ เพราะอาจกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภคส่วนในด้านผลกระทบจากเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับลดมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง(QE) ของสหรัฐ ซึ่งอาจทำให้เงินทุนไหลออกและอัตราดอกเบี้ยของโลกอยู่ในช่วงขาขึ้นนั้น เชื่อว่า ภาคตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกได้รับรู้ข่าวสารและเตรียมการตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้มาแล้ว ดังนั้นจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี จึงเชื่อว่าจะรับมือต่อความผันผวนที่เกิดขึ้นได้

          อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายบัณฑิต นิจถาวร ประธานสมาคมตราสารหนี้ไทย อดีตรองผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเงินโลกค่อนข้างอ่อนไหวจากนโยบาย QE  ถ้าหากมีการลดทอนเกิดขึ้นสภาพคล่องในตลาด ก็จะลดลง ส่งผลให้ดอกเบี้ยระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น สำหรับประเทศไทยคงต้องระมัดระวังอย่างมาก หากสหรัฐลดทอน QE เงินทุนต่างประเทศจะมีการไหลกลับผลที่เคยเกิดเมื่อช่วงกลางปี จะกลับมาทั้งเงินบาทอ่อนค่า และสภาพคล่องของตลาดเงินลดลง  ซึ่งไทยจะได้รับภาระที่ค่อนข้างหนัก เนื่องจากเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว