สมาคมเครื่องหนังเผยส่งออกต้นทุนพุ่ง ขอลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-เครื่องจักรแทนแรงงาน

 สมาคมเครื่องหนังเผยส่งออกต้นทุนพุ่ง ขอลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ-เครื่องจักรแทนแรงงาน 

สมาคมเครื่องหนังไทยวอนรัฐ "ปรับลด" ภาษีนำเข้า "หนังวัว" จากที่เก็บอยู่ร้อยละ 25-30 เหตุวัตถุดิบในประเทศไม่เพียงพอความต้องการ เกษตรกรไทยนิยมเลี้ยงวัวนมมากกว่าวัวเนื้อ ส่งผลต้นทุนพุ่ง แข่งขันต่างชาติลำบาก พร้อมขอลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร แก้ปัญหาแรงงานมีฝีมือขาดแคลน
 
นายสุริยา ประทีปมโนวงศ์ นายกสมาคมเครื่องหนังไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเครื่องหนังของไทยมีความต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือด่วนที่สุด เรื่องการลดภาษีการนำเข้าวัตถุดิบเครื่องหนัง โดยเฉพาะหนังวัว ที่เก็บภาษีอยู่ร้อยละ 25-30 เนื่องจากหนังวัวในประเทศมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ต้องนำเข้าหนังวัว
 
ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 60-70 จากประเทศปากีสถาน อเมริกา เม็กซิโก และอินเดีย ซึ่งมีต้นทุนที่แพง ทำให้ต้องตั้งราคาสินค้าสูงขึ้น ทำให้การแข่งขันกับต่างประเทศลำบากมากขึ้น รวมถึงการขอลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การนำเข้าเครื่องจักรใหม่ เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้มีการดีไซน์ที่ทันสมัย และตอบโจทย์ตลาดและลูกค้าได้
 
ดังนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางสมาคมจึงได้เข้าพบปลัดกระทรวงพาณิชย์ และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าว 
 
นอกจากนี้ ได้ประชุมร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการทำตลาด ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะทำตลาดนี้อย่างไร ควรไปตลาดแบบไหน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า เบื้องต้นต้องการให้สนับสนุนในการออกไปงานแสดงสินค้า เพื่อทำให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จัก 
 
ทั้งนี้ หากรัฐบาลให้ความช่วยเหลือได้ตามแผนที่วางไว้ คาดว่าการส่งออกเครื่องหนังไทยปี 2557 จะขยายตัวตามเป้าหมายร้อยละ 6 หรือมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การส่งออกเครื่องหนังทั้งปี 2556 อยู่ที่ 4% หรือมีมูลค่าประมาณ 1,752 ล้านเหรียญสหรัฐ 
 
สำหรับตัวเลขการส่งออกเครื่องหนัง 9 เดือนแรกของปี 2556 (มกราคม-กันยายน) อยู่ที่ 2.27% หรือมีมูลค่า 1,312 ล้านเหรียญสหรัฐ 
 
นายสุริยากล่าวต่อไปว่า หลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเครื่องหนังยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีฝีมือสูงถึง 50% แม้จะใช้เครื่องจักรเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถทดแทนแรงงานฝีมือได้ โดยปัจจุบันค่าแรงงานฝีมือรายได้ต่อคนอยู่ที่ 700-900 บาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูง แต่ด้วยงานที่ต้องใช้แรงในการเย็บ และความอดทน แรงงานกลุ่มนี้จึงมีจำนวนน้อย จึงต้องการให้ภาครัฐช่วยแก้ปัญหา โดยเฉพาะการประสานงานกับสถาบันต่าง ๆ ในการฝึกอบรมและพัฒนาแรงงานฝีมือ เพื่อป้อนเข้าอุตสาหกรรมเครื่องหนัง 
 
นายสุริยากล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนระยะยาว ทางสมาคมมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมสินค้าต้นน้ำ โดยเฉพาะเรื่องของวัตถุดิบ ต้องการให้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนคนไทยเลี้ยงวัวมากขึ้น เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องหนังที่มีความต้องการสูง เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศไทยเลี้ยงวัวนมมากกว่าวัวเนื้อ ด้านกลางน้ำ กลุ่มของเรื่องแรงงาน เครื่องจักรต้องช่วยกันพัฒนา ส่วนปลายน้ำ ต้องช่วยกันมองหาตลาด และวางแผน เพื่อเจาะตลาดให้มากขึ้น หลังจากตลาดโลกเริ่มฟื้นตัว 
เครื่องหนังของไทย ถือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับจากหลายประเทศ ถ้าเทียบกับประเทศในอาเซียน ไทยถือเป็นอันดับหนึ่ง เป็นรองเพียงประเทศอิตาลี ซึ่งมีฝีมือในการเย็บ รวมถึงดีไซน์ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าเครื่องหนังของไทยให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศให้ได้