สำรวจ "ศูนย์การค้าอินโดจีน" ประตูการค้าดาวรุ่งแห่งใหม่รับอาเซียน

 สำรวจ "ศูนย์การค้าอินโดจีน" ประตูการค้าดาวรุ่งแห่งใหม่รับอาเซียน 

     ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งสินค้ามือสองหลากหลายชนิดทั้งจากผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยในตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว ทำรายได้จากการส่งออกให้ด่านศุลกากรอรัญประเทศปีละจำนวนมหาศาล และยังมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-20%
 
ด่านศุลกากรอรัญประเทศรายงานว่า ปี 2555 มูลค่าส่งออกสินค้ามียอดพุ่งสูงถึง 51,127 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีที่แล้วที่มีมูลค่า 41,611 ล้านบาท 
 
ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ มูลค่า 2,609.8 ล้านบาท อะไหล่รถจักรยานยนต์ มูลค่า 2,529.5 ล้านบาท รถยนต์ มูลค่า 1,730.2 ล้านบาท อาหารสัตว์ มูลค่า 1,586.3 ล้านบาท และรถไถนา มูลค่า 1,508.9 ล้านบาท
 
ลำดับถัดมา ประกอบด้วย น้ำมันปาล์ม มูลค่าส่งออก 1,473.3 ล้านบาท เบียร์ มูลค่า 1,423.1 ล้านบาท ปูนซีเมนต์ มูลค่า 1,316.8 ล้านบาท เครื่องเกี่ยวนวดข้าว 1,268.9 ล้านบาท ไอโซแทงก์ 1,138.8 ล้านบาท 
 
แต่ที่น่าสนใจคือ หมวดสินค้าอื่น ๆ มีมูลค่าส่งออกมากถึง 34,540.8 ล้านบาท
 
ล่าสุดพื้นที่ฝั่งตรงข้ามตลาดโรงเกลือ มีศูนย์การค้าใหม่ถอดด้ามชื่อ "ศูนย์การค้าอินโดจีน" ลงทุนโดย บริษัท ศูนย์การค้าอินโดจีน (อรัญประเทศ) จำกัด จำหน่ายสินค้าปลีก-ส่ง บนเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ รองรับตลาดอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 
 
จากการสำรวจพบว่า แม้ศูนย์การค้าอินโดจีนจะยังเปิดได้ไม่ถึง 3 เดือน แต่ปัจจุบันมีร้านค้ามากกว่า 100 ร้านค้า มีสินค้าหลากหลายมาจากตลาดจตุจักร สำเพ็ง คลองถม รวมทั้งสินค้าจากต่างประเทศ เช่น จีน มารวมไว้ที่นี่อย่างครบครัน 
 
อย่างไรก็ตาม เนื้อที่หลักสำหรับเลือกซื้อสินค้าจริงมีประมาณ 100 ไร่ โดยออกแบบตลาดเป็นโดมขนาดใหญ่ 12 โดม โดมละประมาณ 100 ล็อก รวมทั้งสิ้นราว 1,200 ล็อก 
 
นอกจากนี้ยังมีเนื้อที่จอดรถได้มากกว่า 1,000 คัน รวมทั้งสร้างอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เพื่อรองรับการขนถ่ายสินค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต 
หากเปรียบเทียบกับตลาดโรงเกลือ ถือว่าเป็นรูปแบบตลาดค้าปลีก-ส่งที่ไม่แตกต่างกัน ขายของประเภทเดียวกัน แต่ที่ศูนย์การค้าอินโดจีนเหนือกว่าคือความสะอาด และการจัดระเบียบได้ดีกว่า แถมยังมีโซนโอเพ่นแอร์ และแอร์คอนดิชั่น เป็นออปชั่นให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้เลือกสรรตามใจชอบ 
 
"ภัครธรณ์ เทียนไชย" ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ตลาดอินโดจีนจะเป็นประตูสู่อาเซียน สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้การท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว ขณะเดียวกันได้เตรียมปรับปรุงตลาดโรงเกลือให้เป็นศูนย์การค้าที่ทันสมัย สะอาด และครบวงจรเช่นเดียวกัน เพราะในอนาคตบริเวณตลาดชายแดนอรัญฯจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งการค้าการลงทุนที่มีมาตรฐานสูง
 
"ผมจะทำยุทธศาสตร์จังหวัดให้สอดคล้องด้วยการส่งเสริมตลาดการค้าชายแดนอรัญประเทศให้เป็นฐานการค้าเศรษฐกิจที่มีความทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีความปลอดภัย โดยจะเชิญผู้ประกอบการ รวมทั้งภาครัฐและท้องถิ่นมาหารือร่วมกันว่าในอนาคตจะสร้างสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้เป็นที่ดึงดูดของนักลงทุน"
 
"โดยเฉพาะการพัฒนาตลาดโรงเกลือให้เป็นตลาดที่มีมาตรฐานสูง การวางระบบสาธารณูปโภคให้มีมาตรฐาน ทำโครงสร้างป้องกันปัญหาน้ำท่วม ปรับพื้นที่ใหม่ให้ดูสวยงาม ไม่มีทรรศนะอุจาด และติดกล้องวงจรปิด ซึ่งตลาดอินโดจีนบริเวณพื้นที่ตลาดโรงเกลือทำให้เห็นแล้วว่าเป็นตลาดที่มีมาตรฐานสูง จึงสามารถเป็นต้นแบบในการปรับปรุงขยายตลาดโรงเกลือได้" ผู้ว่าฯสระแก้วกล่าว 
 
ด้าน "ภักดี ดุลยพิจารณ์" ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร ด่านศุลกากรอรัญประเทศ บอกว่า จังหวัดได้กำหนดให้พื้นที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และบริเวณตลาดโรงเกลือ เป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าชายแดน และเป็นประตูเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยว ชายแดนระดับนานาชาติ โดยจะส่งเสริมและพัฒนาตลาดโรงเกลือเป็นตลาดการค้าชายแดนชั้นนำระดับประเทศ 
 
รวมทั้งเตรียมพัฒนาพื้นที่ตำบลป่าไร่ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมขนาดย่อม ธุรกิจพาณิชยกรรมที่ต่อเนื่องจากตลาดโรงเกลือ เช่น กิจการอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และการทำความสะอาดสินค้ามือสอง หรืออุตสาหกรรมต่อเนื่องจากสินค้ามือสอง 
 
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงข่ายถนนเลี่ยงเมืองทางตอนเหนือ-ใต้ ของเมืองอรัญประเทศกับพื้นที่ป่าไร่ และบริเวณบ้านหนองเอี่ยน รวมทั้งพัฒนาสถานีขนถ่ายสินค้ารอง บริเวณบ้านดงงู รองรับการขนถ่ายสินค้าจากภาคการค้าในตลาดโรงเกลือและอุตสาหกรรมขนาดย่อม และเชื่อมโยงกับพื้นที่ศูนย์กลางการขนส่งโลจิสติกส์ บริเวณด่านถาวรแห่งใหม่บ้านหนองเอี่ยนในอนาคต 
 
พร้อมกันนี้ยังมีแผนให้พื้นที่บริเวณบ้านหนองเอี่ยนเป็นจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ประตูการค้าและการขนส่งโลจิสติกส์หลัก ศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ และศูนย์กระจายและขนส่งสินค้าเชื่อมโยงการขนส่งระดับอาเซียนและภูมิภาคอินโดจีน
 
ทั้งนี้ ด่านศุลกากรอรัญประเทศเป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้ามากที่สุดระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นทุกปีกว่า 15-20% โดยในปีงบประมาณ 2556 มีมูลค่าการค้ารวม 59,430 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกกว่า 51,127 ล้านบาท นำเข้า 8,303 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2555 ที่มีมูลค่าการค้ารวม 47,712 ล้านบาท
 
ที่สำคัญการค้าขายในพื้นที่มีความเป็นวิถีชาวบ้าน เพราะทั้งชาวไทยและกัมพูชาพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ไม่มีปัญหาด้านการเมือง อนาคตของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งริมชายแดนอรัญฯ ยังเต็มไปด้วยโอกาสการลงทุน