อาเซียนโตสวนวิกฤต

           อาเซียนโตสวนวิกฤต

          กูรูมอง ไทย อิเหนา และปินส์ จับมือโตสวนกระแสวิกฤตตลาดเกิดใหม่ แต่ยังห่วงว่าอาจไม่ยั่งยืน 

 ไฟแนนเชียล ไทม์ เสนอรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า แม้ตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่ยังมีความกังวลจาก
วิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการลดคิวอีของสหรัฐ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และปัญหาสะสม
ภายในประเทศ แต่วิกฤตครั้งนี้น่าจะส่งผลกระทบไม่มากนักกับ 3 ชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่แห่งภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
           บิล มัลโดนาดู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุนส าหรับเอเชีย จากกลุ่มจัดการลงทุน เอสเอชบี
ซี กล่าวถึงปัจจัยส าคัญที่ท าให้ประเทศในกลุ่มทิปส์ ซึ่งได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ มีภูมิ
ต้านทานสูงพอจะฝ่ามรสุมลูกล่าสุดในครั้งนี้ 
           เห็นได้ชัดจากเศรษฐกิจอินโดนีเซียที่เติบโตเร็วกว่าที่คาดการณ์ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว
เนื่องจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณบวกกับการขาดดุลสะสมและค่าเงินรูเปียห์ที่ต่ าลง สะท้อน
ให้เห็นว่าภาพรวมของอินโดนีเซียน่าจะเริ่มดีขึ้น 
           ด้าน โฮซีฟา โทพิวาลลา หัวหน้ากลุ่มวิจัยอาเซียนจากมอร์แกน สแตนลีย์ มั่นใจว่า อินโดนีเซีย
น่าจะเติบโตหลังพบสัญญาณบวกหลายด้าน ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่หวังว่าชัยชนะของผู้ว่าการจาการ์ตา 
โจโก วิโดโด จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนใหม่น่าจะน าไปสู่การปฏิรูปธุรกิจ 
          ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาประเทศไทยมัลโดนาดู วิเคราะห์ว่าความกังวลจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทาง
การเมืองในกรุงเทพฯ ท าให้ตลาดทุนไทยยังแกว่งตัวและมีแนวโน้มขาลงแต่ราคาหุ้นที่ค่อนข้างต่ าของไทย
น่าจะส่งผลให้สามารถท าก าไรได้สูงพอๆ กับตลาดอินโดนีเซีย ที่ท าสถิติผลตอบแทนสูงสุด 5.2% ในเดือน 
ม.ค. เหนือกว่าตลาดเกิดใหม่อื่นๆในช่วงเวลาเดียวกัน 
          นอกจากนี้ ยังมีค าถามเกิดขึ้นว่าการเติบโตที่ทะยานสูงขึ้นในภูมิภาคนี้จะด าเนินไปอย่างยั่งยืน
หรือไม่ โดยเฉพาะการเพิ่มสูงขึ้นของการส่งออกจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการเร่ง
ส่งออกก่อนที่แผนการขึ้นภาษีการส่งออกแร่จะมีผลบังคับใช้ 
           อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับไทยที่แม้จะท าการเลือกตั้งทั่วไปได้แล้ว แต่ก็ยังไม่อาจสรุปผลการ
เลือกตั้งได้ ท าให้นักธุรกิจหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงใบแจ้งหนี้จ านวนมากที่ยังไม่สามารถช าระได้ 
แม้นักลงทุนในประเทศจะพยายามหาจังหวะเข้ามาช้อนซื้อจากการเทขายของนักลงทุนต่างชาติดังเช่นเคย
ปฏิบัติ แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการก้าวกระโดดของหนี้สินครัวเรือนไทย ท าให้นักลงทุนยังไม่
กล้าทุ่มมากนักในภาวะหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี