ธนาคารปรับโฉมรับยุคศตวรรษที่21

 ธนาคารปรับโฉมรับยุคศตวรรษที่21

    ธนาคารทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงกลางของการเปลี่ยนผ่าน ปัจจุบันมีธนาคารจำนวนมากขึ้นปรับลดขนาด รวม และผสมผสานเทคโนโลยีมาไว้ในสาขาต่างๆ ของตน ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารบางรายยังกล้าที่จะคิดค้นรูปแบบบริการของตนให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงยุคศตวรรษที่ 21

 
ธนาคารหลายแห่ง เช่น บีเอ็นพี พาริบาส ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส บาร์เคลย์ส ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ และซิตี้แบงก์ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ ต่างกำลังทดสอบกับธนาคารสาขาต่างๆ ของตนให้มีโซนรับรองลูกค้าที่สวยงามทันสมัยและการออกแบบที่แปลกตาซึ่งรวมเอานวัตกรรมอันโดดเด่นของร้าน "แอ๊ปเปิ้ล" มาแทนที่กำแพงสีเทาไร้สีสัน และต้นไม้พลาสติกในอดีต
 
ตัวอย่างเช่น "แบงโก บราเดสโก" หนึ่งในธนาคารรายใหญ่ที่สุดของบราซิล ทดลองใช้หุ่นยนต์ต้อนรับลูกค้าเข้าธนาคารในสาขาเซาเปาโลที่มีโต๊ะสำหรับทำธุรกรรมแบบอินเตอร์แอคทีฟ โซนรับรอง และกำแพงจอทัชสกรีนสุดทันสมัย ขณะที่การใช้ตู้เอทีเอ็มก็สามารถล็อกอินได้ด้วยระบบจดจำลายนิ้วมือ
 
นายไมค์ แบกซ์เตอร์ หัวหน้าฝ่ายบริการทางการเงินของบริษัทเบน แอนด์ คอมพานีส์ อเมริกาส์ บอกว่า ธนาคารบางแห่งกลายเป็นเหมือนบริษัทล้ำสมัยที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่รวดเร็วขึ้น ขณะที่ธนาคารรายอื่นๆ ยังคงให้บริการในรูปแบบเดิม
 
อย่างไรก็ตาม บางนวัตกรรมยังคงมีข้อเสีย กำแพงสำหรับทำธุรกรรมแบบอินเตอร์แอคทีฟยังขาดความเป็นส่วนตัว และหุ่นยนต์ต้อนรับลูกค้าก็เป็นเพียงลูกเล่นทางการตลาดเท่านั้น แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญมองว่า ธนาคารหลายแห่งกำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งลูกค้าและต้องการเพิ่มความน่าดึงดูดพร้อมกับลดต้นทุนไปด้วย ระหว่างที่บรรดาธนาคารเริ่มทบทวนแกดเจ็ทต่างๆที่กำลังจะให้บริการ ส่วนบางรายได้ยกเลิกการให้บริการธุรกรรมผ่านไอแพดและโต๊ะทัชสกรีนที่เพิ่งนำมาใช้
 
นายทิม กรีนฮาล์ก หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของบริษัทออกแบบระดับโลกอย่างฟิทช์ บอกว่า ธนาคารหลายแห่งจะกลายเป็นศูนย์กลางชุมชน สังคมจำเป็นต้องมีชุมชนมากขึ้น หมดยุคธนาคารแบบเดิมที่มีแค่แก้วกาแฟแล้ว
 
ผลสำรวจของโจนส์แลงลาซาลล์พบว่า สาขาธนาคารต่างๆ ในสหรัฐสูงถึง 50% จะกลายเป็นธนาคารล้าสมัยภายในปี2563
 
นายพอล สเคาส์ ประธานซีซีจี แคททาลิสท์ คอนซัลติง กรุ๊ป บอกว่า ภายใน 15 ปี เทคโนโลยีจะทำให้คนสามารถทำธุรกรรมได้ด้วยตัวเอง แต่หากจะไปธนาคารก็เพื่อแจ้งปัญหาต่างๆ หรือขอสินเชื่อเท่านั้น
 
นายแบกซ์เตอร์บอกว่า ในอนาคต ตู้เอทีเอ็มจะมีความสามารถมากขึ้น ธนาคารต่างๆ จะพบวิธีเพิ่มประสิทธิภาพให้ตัวเองและจะทำให้จ้างพนักงานรับฝาก-ถอนเงินในสาขาต่างๆ น้อยลงได้
 
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ตู้เอทีเอ็มแบบไม่ต้องใช้บัตรจะทำให้ลูกค้าสามารถถอนเงินสดได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีโดยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน และในท้ายที่สุด สมาร์ทโฟนซึ่งกลายเป็นตัวแปรสำคัญไปแล้ว และกล้องดิจิทัลที่กำลังจะกลายเป็นของล้าสมัย อาจจะมาแทนที่บัตรเดบิตและแม้กระทั่งตู้เอทีเอ็มในอนาคต