เวทีอาเซียนวอนไทยใช้'สันติวิธี'แก้ปัญหา

 เวทีอาเซียนวอนไทยใช้'สันติวิธี'แก้ปัญหา

เจรจากันบนพื้นฐานประชาธิปไตย ทบ.วอนปชช.ไตร่ตรองข้อมูลโซเชียลมีเดียทหารทำรัฐประหาร

 
             11พ.ค.2557 ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จัดขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 24 ได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย มีเนื้อหาว่า ขอสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในไทยด้วยสันติวิธี โดยเรียกร้องให้ทุกกลุ่มแก้ไขความท้าทายที่เกิดขึ้นด้วยการเจรจาหาทางออก บนพื้นฐานของการเคารพต่อกฎหมายและหลักการในระบอบประชาธิปไตย
 
             แถลงการณ์ ระบุว่า ประเทศสมาชิกแห่งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ยังคงติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการแก้ไขความท้าทายที่เกิดขึ้นด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาพูดคุยและบนพื้นฐานของความเคารพต่อกฎหมายและหลักการแห่งระบอบประชาธิปไตย
 
             ในแถลงการณ์ ระบุด้วย ประเทศสมาชิกอาเซียน ขอย้ำจุดยืนเนื้อหาในแถลงการณ์ระดับผู้นำอาเซียนต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ที่ได้ออกในการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 14 ธ.ค. 2556 และเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการตามหลักประชาธิปไตย สนับสนุนการประนีประนอม เพื่อนำระบบกฎหมายและความผาสุขกลับคืนมาสู่ประเทศ เพื่อประโยชน์สุขตามเจตนารมณ์โดยรวมของประชาชนคนไทย
 
             นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังได้แสดงความมั่นใจต่อความสามารถของไทยที่จะก้าวข้ามความยากลำบากที่กำลังเกิดขึ้นไปได้ในที่สุด โดยประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมจะให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทางที่เหมาะสมบนพื้นฐานของกฎบัตรอาเซียนด้วย
 
 
 
ปธ.ญาติวีรชน35หนุนตั้ง"รัฐบาลเฉพาะกาล"
 
             นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35  ได้ออกมาเรียกร้องในวาระรำลึกเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมว่า โดยขอให้ทุกฝ่ายได้นำเหตุการณ์ความรุนแรงปี 2535 มาเป็นบทเรียน หลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจจะเกิดกับชาติและประชาชนอย่างใหญ่หลวง  สถานการณ์วันนี้ต้องยอมรับว่านักการเมือง พรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ว่า รัฐบาลและ ฝ่ายค้าน ได้สร้างพฤติการที่เอือมละอาจนประชาชนไม่ยอมรับอีกต่อไป กระทั่งเกิดกระแสการปฎิรูป กระแสการต่อต้านฝ่ายการเมืองที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต ทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนที่สะสมในสังคมมายาวนานกว่า 25 ปี
 
             “ก่อนที่สังคมจะเข้าสู่การเผชิญหน้า และประชาชนกลายเป็นเหยื่อของความขัดแย้ง ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดการกระทำซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองแลประชาชน ได้ละวาง เปิดโอกาสให้มีการตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล ภายใต้รัฐธรรมนูญ และคุณสมบัติของรัฐบาลที่ประชาชนไฝ่ฝันอยากได้ คือ ไม่คอร์รัปชั่น ไม่ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องเกินขอบเขต  ไม่ใช่รัฐบาลคนกลางที่มาประนีประนอมกับความไม่ถูกต้อง”นายอดุลย์ กล่าว
 
 
"คปท."สั่งเสริมตาข่ายป้องระเบิดเอ็ม79ลง
 
             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ตลอดวันเป็นไปอย่างคึกคัก แม้ว่าอากาศตลอดทั้งวันจะค่อนข้างร้อนอบอ้าวมาก แต่มวลชนยังคงปักหลักชุมนุมต่อเนื่องและมีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์และประนามผู้ก่อเหตุระเบิดในทำเนียบรัฐบาล 2 จุดในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ขณะที่บนเวทีมีการแสดงดนตรีสร้างบรรยากาศผ่อนคลายสลับกับการปราศรัยเล่าข่าวสารบ้านเมืองให้มวลชนได้รับฟัง 
 
             ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาคปท. และนายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้า การ์ด คปท. ได้มีสั่งการให้การ์ดและมวลชนในพื้นที่ชุมนุมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อระวังการก่อเหตุ โดยหลายจุดที่เป็นจุดเสี่ยงได้มีการขึงตาข่ายกรองแสง และตาข่ายขนาดใหญ่ไว้ป้องกันลูกระเบิดจากการโจมตีโดยเครื่องยิง เอ็ม 79
 
             ขณะที่บรรยากาศที่บริเวณถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกพระบรมรูปทรงม้าไปจนถึงแยก จปร.นั้นเต็มไปด้วยกลุ่มมวลชน กปปส. กลุ่มต่างๆ ที่ทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ชุมนุมตั้งเต็นท์ปักหลักพักค้างคืน เพื่อรอรับขบวน กปปส.จากสวนลุมพินี หลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศจะมีการยุบเวทีที่สวนลุมพินี ย้ายมารวมเป็นเวทีเดียวที่ทำเนียบรัฐบาล และขยายยาวไปถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เช่นกับกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) และกองทัพธรรม ก็ได้เคลื่อนขบวนออกจากหน้าสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กลับมาชุมนุมใหม่ที่บริเวณถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยก จปร.ไปจึงแยกผ่านฟ้าลีลาศ และกลุ่มสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ที่มาปักชุมนุมที่ถนนลูกหลวง ตั้งแต่บริเวณประตู 9 ทำเนียบรัฐบาลไปจนถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยแต่ละกลุ่มได้มีเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อระวังการก่อเหตุ โดยหลายจุดที่เป็นจุดเสี่ยงได้มีการขึงตาข่ายกรองแสงเช่นกัน อย่างไรก็ตามสำหรับตาข่ายขนาดใหญ่ที่ขึงไว้นั้น ก็เพื่อป้องกันลูกระเบิดจากการโจมตีโดยเครื่องยิง เอ็ม 79 เช่นเดียวกับพื้นที่ชุมนุมของ คปท.
 
 
ทบ.วอนปชช.ไตร่ตรองข้อมูลโซเชียลมีเดียทหารทำรัฐประหาร
 
             พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวทางโซเชียลมีเดียเผยแพร่อย่างกว้างขว้างในขณะนี้ว่า 1 ใน 5 เสือกองทัพบก ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เตรียมพร้อมทำรัฐประหารว่า ขอให้ประชาชนระวังระวังการบริโภคข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย และใช้วิจารณญาณไตร่ตรองข้อเท็จจริง การโพสต์ข้อความต่างๆในโลกออนไลน์ที่ไม่มีที่มาที่ไปก็เปรียบเสมือนเป็นข่าวลือ ทหารยังคงยืนยันปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)ตามเดิม
 
 
หลวงปู่พุทธอิสระพาชุมนุมเดินสายทำบุญเคลื่อนขบวน8โมงเช้า
 
             เมื่อเวลา 16.30 น. หลวงปู่พุทธอิสระ เเกนนำกปปส.เเจ้งวัฒนะ กล่าวถึงการชุมนุมบริเวณถนนแจ้งวัฒนะว่า เมื่อคืนวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังมีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ยิงปืนเข้ามาป่วนในแนวบังเกอร์ ที่อยู่ด้านหลังเวทีฝั่งการจราจรที่มาจากทางปากเกร็ดอีก แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
 
             ส่วนกรณีที่1-2 วันนี้มีข่าวมาตลอดมาว่า กลุ่มกวป.ที่อยู่บริเวณอนุสาวรีย์หลักสี่ บางเขน จะเคลื่อนขบวนมาขอคืนพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะ จากกปปส.นั้น หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า "อยากให้มา เราก็รออยู่ โดยวันพรุ่งนี้ ( 8 พ.ค.) เราจะทิ้งค่าย เพราะจะพาผู้ชุมนุมเดินทางไปทำบุญ ที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม ก่อนนอนค้างคืนที่วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เพื่อใส่บาตร ร่วมพิธีหล่อพระ และเวียนเทียน แล้วจะเดินทางกลับเวที กปปส.ช่วงบ่ายวันที่ 13 พ.ค. หาก กวป.อยากให้เกมจบเร็ว จะให้มาบุกถล่มเราก็ให้มา  แต่ก็ให้ระวังว่าทหารจะตบเท้า"
 
 
 
"เลขาธิการสนง.ศาลยุติธรรม"ไม่รู้ปธ.ศาลฎีกาคิดอย่างไร
 
              นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.แถลงการณ์ให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธาน ส.ว.ร่วมหารือประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธาน กกต.เพื่อหาบุคคลเป็นกลาง เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา7 พร้อมทำหนังสือถึงประธานศาลต่างๆให้ร่วมการหารือว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกาแต่อย่างใด จึงยังไม่ทราบว่าประธานศาลฎีกาจะคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวอย่างไร   เมื่อถามว่า ทิศทางและความเป็นไปได้ตามแถลงการณ์ข้อเรียกร้องเป็นอย่างไร นายภัทรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า โดยอำนาจหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาล
 
 
กกต.เตรียมถกทีมกม.หาข้อยุติผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ
 
              ผู้สื่อข่าวรานงานว่าในวันที่12พ.ค.เวล16.00 น.กกต.จะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของกกต.ที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านกฎหมายรวม 8 คน เพื่อหารือถึงความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้มีอำนาจในการทูลเกล้าฯร่างพ.ร.ฎ. แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ใหม่ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง รวมถึงปัญหาการตราร่างพ.ร.ฎ. ที่กกต. และคณะกรรมการกฤษฎีกาผู้แทนฝ่ายรัฐบาล เห็นขัดแย้งกันกรณีที่จะให้มีการบรรจุถ้อยคำว่าหากเกิดปัญหาให้สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งได้ไว้ในร่างพ.ร.ฎ.ด้วย
 
              เนื่องจากในการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา มีการถกเถียงกันกว้างขวางว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีตามความหมายของพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2545 มาตรา 10 เป็นผู้มีอำนาจที่จะทูลเกล้าฯและรับสนองพระบรมราชโองการร่างพ.ร.ฎ. แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ใหม่หรือไม่ ซึ่งฝ่ายสำนักงานกกต.ก็มีความเห็นเป็น 2 ทาง ฝ่ายหนึ่งมองว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เหมือนนายกรัฐมนตรีทุกอย่าง เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 195 ที่กำหนดเกี่ยวกับกรณีผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการตรากฎหมายว่าต้องเป็นรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีก็คือรัฐมนตรีและถึงแม้ไม่มีนายกรัฐมนตรีแล้ว รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ก็สามารถทูลเกล้าและรับสนองพระบรมราชโองการได้
 
              แต่ประธานกกต.ในฐานะผู้ร่วมรักษาการตามร่างพ.ร.ฎ.ไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้เนื่องจากไม่ใช่รัฐมนตรี ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีสามารถปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯได้เพียงบางอย่างบางเรื่องเท่านั้นทำให้ที่ประชุมเห็นว่าจำเป็นต้องมีความชัดเจนเสียก่อนว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่เพียงไร