กรอ.คุมเข้มกำจัดกากของเสียปิโตรเลียม

 กรอ.คุมเข้มกำจัดกากของเสียปิโตรเลียม

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมเตรียมหารือกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเกี่ยวกับการจัดการกากของเสียที่เหลือจากการขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งปิโตรเลียมบนบกและทะเล  โดย กรอ.เห็นว่าของเสียดังกล่าวเป็นวัตถุอันตรายตาม  พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ซึ่งการขนส่งและกำจัดจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย โดยผู้ขนส่งวัตถุอันตรายจะต้องแจ้งรายละเอียดการให้ กรอ.รับทราบ และต้องส่งไปกำจัดกับ ผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองจากกรอ. ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีการแจ้งว่ามีการขนส่งหรือกำจัดวัตถุอันตรายให้ กรอ.รับทราบ ทั้งนี้จะเชิญกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ    มาทำความเข้าใจว่าของเสียที่ได้จากการผลิตปิโตรเลียมเป็นวัตถุอันตราย ต้องกำจัดหรือ ฝังกลบตามที่กฎหมายกำหนด โดยขณะนี้ กรอ.กำลังประเมินว่าของเสียดังกล่าวประกอบด้วยสารประเภทใดบ้าง และอาจต้องขอความร่วมมือกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และผู้ประกอบการขุดเจาะปิโตรเลียมในการสุ่มตรวจของเสีย โดย กรอ.จะเริ่มตรวจสอบแหล่งปิโตรเลียมบนบกก่อน เพราะดำเนินการได้ง่ายกว่าแหล่งในทะเล แต่จะยังไม่มีการจับดำเนินคดีกับรายใด เพราะต้องเข้าไปตรวจสอบว่ามีสารประเภทใดในแหล่งปิโตรเลียมแต่ละแห่ง และเมื่อ ตรวจสอบเสร็จต้องแจ้งให้ผู้ประกอบการปิโตรเลียมดำเนินการกฎหมายก่อน ซึ่งที่ผ่านมา กรอ.ได้รับข้อมูลจากผู้ประกอบการปิโตรเลียมว่าของเสียดังกล่าวอาจเข้าข่ายวัตถุอันตราย จึงวางแผนเข้าไปดำเนินการ
          นอกจากนี้ สำหรับแหล่งปิโตรเลียมในทะเล อาจต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการเข้าไป  สุ่มตรวจ ตามพ.ร.บ.ปิโตรเลียม กำหนดให้การขุดปิโตรเลียมในระยะ 12 ไมล์ทะเล นับจากชายฝั่งต้องไม่ปล่อยเศษหินจากการขุดเจาะ และน้ำจากกระบวนการผลิตลงทะเลโดยตรง รวมทั้งต้องอัดน้ำจากกระบวนการผลิตลง ชั้นหิน กักเก็บใต้ดินทั้งหมดด้วย ซึ่งปัจจุบันกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติให้สัมปทานปิโตรเลียมบนบกและในทะเลรวม 79 แปลง แบ่งเป็นแหล่งบนบก 40 แปลง แหล่งในทะเลอ่าวไทย 36แปลง และแหล่งในทะเลอันดามัน 3 แปลง เป็นสัมปทานที่อยู่ในช่วงการผลิต 19 แปลง เป็นแปลงบนบก 6 แปลง เช่น แปลงน้ำพอง แปลงกำแพงแสน  และเป็นแปลงในทะเลอ่าวไทย 13 แปลง เช่น แหล่งไพลิน แหล่งอาทิตย์  แหล่งบัวหลวง เป็นต้น