ธปท.คลายกฎอุ้มเอสเอ็มอี ไฟเขียวแบงก์ปล่อยกู้ลดค่าธรรมเนียม

 ธปท.คลายกฎอุ้มเอสเอ็มอี ไฟเขียวแบงก์ปล่อยกู้ลดค่าธรรมเนียม.

    ธปท.เผยวงเงินให้สินเชื่อเอสเอ็มอีเริ่มขยายตัวดีขึ้นเพิ่ม 2 หมื่นล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า คาดแนวโน้มครึ่งปีหลังปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตามมาตรการกระตุ้นภาครัฐและภาวะเศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้น
 
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การขยายตัวของสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในระบบธนาคารพาณิชย์ ล่าสุดในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาเริ่มปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าอัตราการขยายตัวจะชะลอเล็กน้อย แต่ยังขยายตัวสูงกว่าสินเชื่อในภาพรวมอยู่ที่ 10.3% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากเดือน เม.ย.อยู่ที่ 10.8% และเมื่อคิดเป็นวงเงินการให้สินเชื่อก็เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 20,000 ล้านบาท โดยที่ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ได้สูงจนน่าห่วง อยู่ที่ 3.8% ของสินเชื่อรวมจากเดือน เม.ย.อยู่ที่ 3.6%
 
ทั้งนี้ เดือน พ.ค.สินเชื่อรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัว 8.8% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.ที่ขยายตัว 9.5% แต่ที่น่าดีใจคือ ปริมาณสินเชื่อหรือวงเงินการปล่อยกู้ของทั้งระบบเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติ โดยเพิ่มขึ้นถึง 53,000 ล้านบาท (ในจำนวนนี้เป็นสินเชื่อเอสเอ็มอี 20,000 ล้านบาท) จากปกติจะเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 20,000 ล้านบาท ขณะที่ระดับเอ็นพีแอลสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.4% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากเดือน เม.ย.อยู่ที่ 2.3%
 
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาสินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินทั้งระบบ ซึ่งรวมธนาคารเฉพาะกิจของรัฐด้วย จะพบว่าในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาสินเชื่อขยายตัวเพียง 7.8% คิดเป็นวงเงิน 14.83 ล้านล้านบาท ชะลอลงจากเดือน เม.ย.ที่ขยายตัว 8.6% คิดเป็นวงเงิน 14.78 ล้านล้านบาท เนื่องจากในสินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินนั้น การให้กู้แก่เอสเอ็มอีและสินเชื่ออื่นของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐลดลง
 
“สินเชื่อรวมและสินเชื่อเอสเอ็มอีเริ่มมีสัญญาณที่ปรับดีขึ้น แม้อัตราการขยายตัวจะชะลอลง แต่วงเงินการให้กู้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเพิ่มสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะสินเชื่อลูกค้าเอสเอ็มอีโตสูงที่สุด”
 
นางสาลินีกล่าวว่า ในครึ่งหลังของปีนี้แนวโน้มการขยายตัวของสินเชื่อเอสเอ็มอีน่าจะดีขึ้น เพราะธนาคารพาณิชย์ก็ยืนยันว่า ครึ่งปีหลังสินเชื่อจะโตสูงขึ้น เนื่องจากมองว่า สินเชื่อในไตรมาส 2 ปีนี้น่าจะชะลอลงต่ำสุดแล้ว ดังนั้นในไตรมาส 3 และโดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งปกติขยายตัวดีกว่าทุกไตรมาสในทุกปี และหากภาคการท่องเที่ยวกลับมาขยายตัวดีขึ้น สินเชื่อเอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจบริการยิ่งจะขยายตัวดีไปด้วยบวกกับการมีมาตรการกระตุ้นจากรัฐ และภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นน่าจะช่วยให้สินเชื่อปรับดีขึ้นด้วยได้
 
ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งให้ผ่อนผันหลักเกณฑ์การคิดค่าการคำนวณความเสียหายหรือความเสี่ยงเมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ (แอลจีดี) ให้ไม่ต้องคิดค่าแอลจีดีตามเกณฑ์ ธปท.ก็ได้ แต่ให้กลับไปใช้เกณฑ์ค่าความเสี่ยงตามแต่ละอุตสาหกรรมแทน เพื่อจะได้ลดภาระการกันสำรองลดลง เพื่อให้ธนาคารปล่อยกู้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ให้ผ่อนผันการคิดค่าธรรมเนียมต่างๆให้กับเอสเอ็มอีด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของเอสเอ็มอี.