จีนมิตรแท้ย้ำยังเชื่อมั่นไทย เดินหน้ากระชับสัมพันธ์ 2 ฝ่ายแน่นแฟ้นกว่าเดิม

 จีนมิตรแท้ย้ำยังเชื่อมั่นไทย เดินหน้ากระชับสัมพันธ์ 2 ฝ่ายแน่นแฟ้นกว่าเดิม

“คสช.” ส่ง “สมคิด” ที่ปรึกษา นำสาส์นถึงประธานาธิบดีจีน กระชับความสัมพันธ์ 2 ฝ่ายให้แน่นแฟ้นขึ้นทั้งในเชิงลึกและกว้าง ยันจีนยังไว้ใจ–เชื่อมั่นไทยเหมือนเดิม ไม่ก้าวก่ายเรื่องการเมืองภายใน เดินหน้าฟื้น “เจซี” ขับเคลื่อนการดำเนินงานระหว่างกัน และพร้อมกลับมานำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยเหมือนเดิม ทั้งข้าว และผลไม้
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษา คสช.เดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำจดหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ ไปมอบให้กับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง โดยนายสมคิดได้มอบจดหมายดังกล่าวผ่านทางนาย หลีหยวนเฉ่า รองประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่กรุงปักกิ่ง
 
นอกจากนี้ ในการหารือกับรองประธานาธิบดีจีนนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยจีนได้ยืนยันการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-จีนอย่างลึกซึ้ง โดยเน้นใน 3 เรื่องสำคัญคือ 1.ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นทางการเมืองระหว่าง 2 ประเทศ 2.การดูแลผลประโยชน์ระหว่างกัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ เช่น การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การพลังงาน และด้านอื่นๆ เช่น สังคม วัฒนธรรม และ 3.การเดินทางเยือนระหว่างประชาชน นักศึกษา และเยาวชน ของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งจีนได้เน้นให้ดูแลระหว่างกันอย่างใกล้ชิด
 
สำหรับบรรยากาศการพูดคุยกับรองประธานาธิบดีจีนนั้น ประสบความสำเร็จดีมาก โดยจีนเข้าใจเรื่องการเมืองไทยดี และย้ำว่าจีนมีนโยบายไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองในประเทศอื่นๆ เป็นอิสระของแต่ละประเทศ และยืนยันให้การสนับสนุน คสช.เต็มที่ พร้อมทั้งแสดงความยินดีที่ไทยได้กลับมามีความสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง และมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้ว รวมถึงฝากแสดงความยินดีถึง พล.อ.ประยุทธ์ด้วย
 
ส่วนเรื่องการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของไทยนั้น จีนแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมการประมูลการก่อสร้างบนความเท่าเทียมกันกับทุกประเทศ ไม่ได้ขอสิทธิพิเศษใดๆ จากไทย เพราะจีนมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเรื่องรถไฟ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง ที่ได้ลงทุนก่อสร้างให้หลายประเทศแล้ว นอกจากนี้ จีนยังมองว่า ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ที่สามารถเชื่อมโยงจีนไปยังอาเซียนอื่นๆได้โดยผ่านทางตอนใต้ของจีนจากเมืองคุนหมิง ดังนั้น จีนพร้อมจะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในไทย ส่วนเรื่องความช่วยเหลือไทยในด้านอื่น เช่น การเงินนั้น ฝ่ายจีนยืนยันว่า พร้อมจะให้ความช่วยเหลือไทยอย่างเต็มที่ หากไทยมีความต้องการเงินทุนจำนวนมาก
 
ในเรื่องการศึกษา จีนย้ำว่า มีนักศึกษาจีนที่มาเรียนในไทยนับพันคน ขณะที่จีนก็มีทุนให้นักศึกษาไทย และเยาวชนไทยด้วย ขณะที่ในด้านการท่องเที่ยว ฝ่ายจีนยังย้ำอีกว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะมีวีซ่าฟรี หรือไม่ต้องขอวีซ่าในการเดินทางระหว่างกันแล้ว ก็ต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่ายเร่งดำเนินการให้สำเร็จเรียบร้อยตามที่ได้ตกลงกันไว้
 
พร้อมกันนั้น ฝ่ายจีนยังตอบรับที่จะฟื้นกลไกของคณะกรรมการร่วมระหว่างไทย-จีน (Joint Committee) หรือเจซี ตามข้อเสนอของไทย ที่ต้องการให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเจรจา และการดำเนินงานทั้งหมดของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งก่อนหน้านี้ สมัยที่นายสมคิดเป็นรองนายกรัฐมนตรี และมีความสัมพันธ์อันดีกับจีน ก็ได้ใช้เจซีเป็นเวทีการประชุมผลักดันการทำงานในด้านต่างๆ ของทั้ง 2 ฝ่าย แต่หลังจากมีการประชุมร่วมกันได้เพียง 2 ครั้ง เจซีก็ต้องยุติไปเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว เพราะไทยเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ซึ่งการฟื้นเจซีขึ้นมาครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายมีกำหนดจะประชุมร่วมกันเป็นครั้งที่ 3 ในเร็วๆนี้ โดยจีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุม 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ คณะของนายสมคิด ยังได้พบกับนายหวังอี้ รมว.ต่างประเทศของจีน ซึ่งได้มีการเจรจากันในเชิงลึกอย่างมากหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ที่ฝ่ายจีนพร้อมให้การช่วยเหลือไทยในเรื่องการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆทั้งหมด ส่วนในเรื่องสินค้าเกษตรนั้น จีนยินดีจะรับซื้อจากไทยตามเดิม โดยเฉพาะข้าว ที่ฝ่ายไทยจะส่งคณะผู้แทนมาเจรจาการซื้อขายข้าวกับจีนในเร็วๆนี้ หลังจากการซื้อขายระหว่างกันได้หยุดชะงักมาระยะหนึ่งตั้งแต่ คสช.บริหารประเทศ รวมถึงจีนจะซื้อสินค้าเกษตรอื่นๆจากไทยอีก เช่น ผลไม้ เป็นต้น.