เศรษฐกิจหลุดภาวะถดถอย เอกชนยังรอความชัดเจนไม่กล้าลงทุนเต็มที่

 เศรษฐกิจหลุดภาวะถดถอย เอกชนยังรอความชัดเจนไม่กล้าลงทุนเต็มที่

ธปท.เผยเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังติดลบ 0.4% แต่เฉพาะเดือน มิ.ย.หลังเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมีทิศทางดีขึ้น ยังกังวลตัวเลขบางตัวที่ฟื้นตัวล่าช้าของคงประมาณการเศรษฐกิจที่ 1.5% เช่นเดิม จ่อปรับลดส่งออกปีนี้ต่ำกว่า 3% ด้าน ม.หอการค้าไทย ลดเป้าเติบโตของเศรษฐกิจเหลือ 2.2% จากเดิม 2.5% ขณะที่ สรท.ปรับลดเป้าส่งออกเหลือ 1.17% จากเดิม 3% ส่วนภาวะเศรษฐกิจการเกษตร คาดขยายตัว 2.1–3.1%
 
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาพรวมเศรษฐกิจและการเงินไทยในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และตัวเลขสิ้นไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ว่า เดือน มิ.ย.เป็นเดือนแรกของภาพรวมเศรษฐกิจไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งเห็นการปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าชัดเจน ขณะที่ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ติดลบ 0.4% ซึ่งดีกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัวติดลบ 0.6% ทำให้โอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศไทยหมดไป อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวผิดความคาดหมาย ทำให้ยังไม่คิดที่จะปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจทั้งปีนี้ขึ้นจาก 1.5% ซึ่งเป็นประมาณการครั้งก่อน จะขอดูตัวเลขจริงของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในเดือน ส.ค.ก่อน ค่อยประเมินอีกครั้ง
 
ทั้งนี้ การปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.มาจากภาคการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้า ส่งผลให้การส่งออกเดือน มิ.ย.ขยายตัว 3.8% จากระยะเดียวกันปีก่อนและเมื่อรวมทั้งไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 0.4% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ภาวะธุรกิจส่งออก ไตรมาส 3 ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 70.4 แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนคาดว่าการส่งออกในไตรมาสที่ 3 จะดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ 2 ค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการส่งออกในขณะนี้ช้ากว่าที่ ธปท.คาดไว้ ทำให้มีโอกาสที่การส่งออกปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่า 3%
เอกชนหมดกังวลปัญหาการเมือง
 
ส่วนสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้น ได้ช่วยเรียกความเชื่อมั่นของภาคเอกชนกลับคืนมา จะเห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ซึ่งความกังวลทางการเมืองเคยเป็นอันดับหนึ่งในช่วงก่อนหน้า หล่นลงมาอยู่ที่อันดับ 5 ในเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายภาคเอกชนในเดือน มิ.ย.ยังติดลบ 1.1% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่ภาพรวมทั้งไตรมาส 2 เริ่มกลับมาเป็นบวกเล็กน้อยที่ 0.1% สำหรับการลงทุนภาคเอกชนส่วนหนึ่งยังคงรอความชัดเจนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐ ทำให้ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนติดลบ 2.7%เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน แต่ภาพรวมทั้งไตรมาส 2 เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.2%
 
“การขยายตัวภาคการผลิตเป็นภาคหนึ่งที่ ธปท.ผิดหวังในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบ 6.6% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน และยังคงติดลบ 5% ในไตรมาสที่ 2 ทั้งที่การส่งออก และการใช้จ่ายในประเทศเริ่มดีขึ้น ซึ่งพบว่าเป็นเพราะภาคเอกชน พยายามลดสต๊อกที่มีอยู่ตั้งแต่ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทำให้พยายามขายสินค้าจากในสต๊อกออกไปให้ได้จำนวนหนึ่งก่อนที่จะเริ่มการผลิตใหม่ นอกจากนี้ ค่อนข้างเป็นห่วงภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองในประเทศค่อนข้างรุนแรงและห่วงว่าจะฟื้นล่าช้า โดยในเดือน มิ.ย.ติดลบ 24.4% ผลจากการประกาศเคอร์ฟิวส์ ส่วนเดือน ก.ค.จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นบ้าง”
 
ม.หอการค้าไทยหดเป้าเศรษฐกิจโต 2.2%
 
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่า ได้ปรับลดคาดการณ์เติบโตเหลือ 2.2% จากเดิมคาดโต 2.5% เพราะเศรษฐกิจไทยแม้จะขยายตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 57 หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศ ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การจับจ่ายใช้สอย การลงทุนภาครัฐและเอกชน และการท่องเที่ยวเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและค่า ครองชีพที่สูงขึ้น
 
สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจปี 57 ที่คาดจะขยายตัวได้ 2.2% มาจากการบริโภค เอกชน คาดจะขยายตัวเพียง 1.2% การลงทุนจะขยายตัวติดลบ 0.4% การส่งออกขยายตัว 1.8% และภาคท่องเที่ยวที่แม้จะดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไป แต่ภาพรวมทั้งปีคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 24.9 ล้านคน ลดลง 5.9% และมีรายได้จากการท่องเที่ยว 117,000 ล้านบาท ลดลง 2.8% หรือเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหายไป 150,000 ล้านบาท ส่วนเงินเฟ้อ คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.2% เพราะยังมีแรงกดดันจากภาวะค่าครองชีพในประเทศที่สูงขึ้น ส่วนแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 58 คาดว่าจะดีขึ้นและขยายตัวได้ 5% เพราะสถานการณ์ทางการเมืองนิ่ง และการฟื้นตัวของทุกภาคดีขึ้น ทั้งการบริโภค การใช้จ่าย การลงทุน การส่งออกและการท่องเที่ยว รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
 
สรท.ลดเป้าส่งออกปีนี้เหลือ 1.17%
 
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท. ได้ปรับลดเป้าหมายการส่งออกไทยในปี 57 เหลือเพียงขยายตัว 1.17% จากเดิมคาดขยายตัว 3% เพราะคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี หรือตั้งแต่เดือน ก.ค.-ธ.ค. จะมีมูลค่าส่งออกที่ 118,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยในเดือน ก.ค.-ก.ย.คาดจะได้เดือนละ 20,000 ล้านเหรียญ ส่วนเดือน ต.ค.-ธ.ค. คาดจะได้เดือนละ 19,500 ล้านเหรียญ เมื่อรวมกับยอดส่งออกในช่วง 6 เดือนแรกที่มีมูลค่า 112,704 ล้านเหรียญ เท่ากับมูลค่า 231,204 ล้านเหรียญ ซึ่งต่ำกว่าที่กระทรวงพาณิชย์คาดจะขยายตัว 3.5% หรือมีมูลค่าในเดือน ก.ค.-ธ.ค.ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 20,600 ล้านเหรียญ
 
ด้านนายนพพร เทพสิทธา ประธาน สรท. กล่าวว่า การส่งออกไทยในปี 57 ที่คาดจะอยู่ที่ 1-1.6% ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นไม่มากจากปีก่อน แต่หากคิดเป็นเงินบาทจะมีมูลค่าสูงถึง 7.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีก่อน ก็ทำให้ผู้ส่งออกไทยมีรายได้เพิ่มอีก 300,000 กว่าล้านบาท เป็นผลจากการอ่อนค่าของค่าเงินในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งตรงนี้ต้องขอชมเชยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่สามารถดูแลไม่ให้ค่าเงินแข็งค่ามากเกินไป
 
ลุ้นยอดส่งออกสินค้าเกษตรดีขึ้น
 
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลวิเคราะห์ประมาณการอัตราการเติบโตภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 พบว่า ขยายตัวประมาณ 0.8% ด้านนายอนันต์ ลิลา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.1 - 3.1% ทั้งนี้ คาดหวังว่าเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้นด้วย.