ไทยรับมืออียูตัด 'จีเอสพี' สินค้า 723 รายการในปีหน้า

 ไทยรับมืออียูตัด 'จีเอสพี' สินค้า 723 รายการในปีหน้า

พาณิชย์เตรียมเจรจาอียู หามาตรการผ่อนปรนผู้ส่งออกไทยรับมือสินค้า 723 รายการถูกตัดจีเอสพีปีหน้า ขณะที่เอกชนเล็งเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังได้สิทธิ...
 
เมื่อวันที่ 3 ส.ค. มีรายงานจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่า ขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศ ได้เตรียมแนวทางการช่วยเหลือผู้ส่งออกสินค้าไทยไปตลาดยุโรป หลังจากในวันที่ 1 ม.ค. 58 สหภาพยุโรป (อียู) จะตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่ให้กับสินค้าไทยอีก 723 รายการ เพราะไทยเข้าตามเงื่อนไขการถูกตัดจีเอสพีของอียู ที่กำหนดให้ประเทศที่มีรายได้ระดันปานกลางถึงสูง หรือมีรายได้เกิน 3,975 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคนต่อปีติดต่อกัน 3 ปี จะต้องถูกตัดสิทธิ โดยเบื้องต้นจะส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับอียู ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อขอให้อียูช่วยออกมาตรการผ่อนปรน ที่ไม่เกี่ยวกับภาษีแก่ผู้ส่งออกไทย ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยไม่ต้องพึ่งพาสิทธิประโยชน์จากจีเอสพี เป็นต้น
 
ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ยังได้รับสิทธิจีเอสพีในตลาดยุโรปและเสียภาษีเป็น 0% เช่น กัมพูชา พม่า ลาว และบังกลาเทศ ซึ่งผู้ประกอบการไทยหลายกิจการได้ทยอยขยายฐานการผลิตไปลงทุนในประเทศเหล่านี้แล้วจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มยุโรป, รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน  
 
สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เตรียมความพร้อมมาหลายปีแล้ว ซึ่งหลายรายมีโรงงาน 5-6 แห่งกระจายในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่ในเวียดนามและกัมพูชา และในอนาคตจะพิจารณาไปตั้งโรงงานในพม่าและบังกลาเทศเบื้องต้น หากจีเอสพีถูกตัดสิทธิ ผู้ประกอบการไทยหลายราย จะเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น แต่สาขาในไทยก็ไม่ได้ทอดทิ้ง เพราะโรงงานในไทยจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจทั้งหมด
 
"ในส่วนของการส่งออกไปตลาดยุโรปนั้น ขอแนะนำให้ผู้ส่งออกไทยต้องส่งสินค้าก่อนวันที่ 25 พ.ย. 57 หากช้ากว่านั้นอาจส่งไม่ทันภายในวันที่ 31 ธ.ค. 57 ได้ เพราะเรือต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 เดือน หากเรือไปถึงวันที่ 1 ม.ค. 58 ก็จะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียภาษีในอัตราปกติทันที".