เอกชนขานรับนายกฯ “ประยุทธ์” เรียกหา ครม.เศรษฐกิจมือดีมีความโปร่งใส

 เอกชนขานรับนายกฯ “ประยุทธ์” เรียกหา ครม.เศรษฐกิจมือดีมีความโปร่งใส

ภาคเอกชนไทยหนุน “พล.อ.ประยุทธ์” นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 เผยเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และ 3 เดือนที่ผ่านมา มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ขณะที่หอการค้าต่างประเทศไม่ขัดข้อง เรียกร้องตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มีความโปร่งใสและเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้า
 
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย ถือเป็นโชคดีของประเทศไทย ที่ได้นายกฯ ที่กล้าตัดสินใจ คิดและทำอะไรรวดเร็วมาบริหารประเทศ เพราะจะได้ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น “โดยส่วนตัวรู้สึกเชื่อมั่นกับนายกฯ คนใหม่มาก เพราะมีคุณสมบัติโดดเด่น กล้าตัดสินใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการมาก โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศต้องเร่งพัฒนาตัวอย่างรวดเร็วหลังชะลอตัวมานาน ซึ่งวิธีที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นเร็ว คือ ภาคการส่งออก เพราะเป็นปัจจัยที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น อยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งเกินไป และส่งเสริมให้ต่างชาติซื้อสินค้าไทยมากขึ้น หากทำได้จริงเชื่อว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายใน 3 เดือน นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ต้องเร่งหามาตรการออกมาแก้ไขปัญหา ทั้งค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือนด้วย”
 
หอการค้าดันยกเลิกกฎอัยการศึก
 
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากประเทศไทยต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง มีวินัย นำประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี เพราะช่วงที่ผ่านมาประเทศขาดเรื่องวินัยมายาวนาน อีกทั้งตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หัวหน้า คสช. ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ มีการทำงานที่หนักแน่น สามารถปลดล็อกปัญหาต่างๆ ได้
 
เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านของเศรษฐกิจ ส่วนในด้านความคิดเห็นของหอการค้าต่างประเทศ ไม่ขัดข้องและไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมา ได้เห็นผลงานมาแล้ว ทั้งด้านการค้า การเข้ามาดูแลภาคเอกชนด้วยตนเอง เช่น การแก้ปัญหาบีโอไอ การแก้ปัญหาคนยากจน จึงมองว่าไม่มีปัญหาใด หากพลเอกประยุทธ์ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกฯ ของไทย ทั้งนี้ สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการ คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง และเมื่อเวลาเหมาะสมก็ต้องยกเลิกกฎ อัยการศึกในบางจังหวัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
 
ส.อ.ท.ให้ 4-6 เดือนประเมินผลงาน
 
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ มาถูกที่ถูกเวลากับสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญสารพัดปัญหาในทุกๆด้าน เมื่อประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีและ ครม.ก็จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลกให้กลับคืนมาสู่ประเทศไทย ซึ่งเมื่อมี ครม.ก็จะได้ร่วมทำงานกับภาคเอกชนในการผลักดันการใช้จ่ายงบประมาณปี 2558 และจะได้เรียกประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ
 
และเอกชน (กรอ.) มาแก้ไขปัญหา และเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำงานตามโรดแม็ปที่วางไว้ และเมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะช่วยเติมเต็มช่องว่างในการบริหารประเทศให้สมบูรณ์มากขึ้น ส่วนโฉมหน้าครม.ด้านเศรษฐกิจ อยากได้บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจ และมีความโปร่งใสในการทำงาน และรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ไม่มีเวลามาศึกษางานแล้ว โดย ส.อ.ท.ขอให้เวลาการทำงานของ ครม.ประยุทธ์ 1 เป็นเวลา 4-6 เดือนก่อนจะประเมิน
 
สทท.ชงดันรายได้ท่องเที่ยว 4 ล้านล้าน
 
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า เป็นสัญญาณที่ดีในด้านการสร้างความชัดเจนด้านการบริหารประเทศมากขึ้น หลังจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เห็นการทำงานของ คสช. ที่ทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรมแล้วในหลายเรื่อง และทุกเรื่องเป็นปัญหายืดเยื้อสะสมซึ่งคนในแวดวงท่องเที่ยวไม่เคยคาดหวังมาก่อนว่าจะมีรัฐบาลชุดไหน ดังนั้น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ได้สานต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ต้องการให้ใช้โอกาสนี้เร่งแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและวางพื้นฐานเพื่อพัฒนาระยะยาว โดยขอให้กำหนดรายได้ทั้งตลาดในและต่างประเทศในปี 2561 ไว้ที่ 4 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 1 เท่าตัวจากที่ตั้งเป้าในปี 2558 ไว้ที่ 2.2 ล้านล้านบาท เพราะ สทท.ประเมินปัจจัยพื้นฐานแล้วมีความเป็นไปได้สูง
 
สภาตลาดทุนมั่นใจฝีมือนายกฯใหม่
 
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ให้ความเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมา สามารถบริหารงานราชการแผ่นดินได้อย่างดี รวมทั้งทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโต และทำให้ประเทศชาติสงบและก้าวต่อไปข้างหน้าได้ ถือว่าเป็นผู้ที่มีความเป็นผู้นำสูง กล้าตัดสินใจ ดังนั้น ภารกิจของนายกรัฐมนตรี 1 ปี นับจากนี้ไปที่เราต้องเร่งสร้างความสมานฉันท์ ของคนในชาติ สร้างรากฐานของการปรองดอง รวมถึงการวางรากฐานการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ซึ่งคงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนงานด้านเศรษฐกิจและตลาดทุน เชื่อว่าคง พิจารณาแต่งตั้งรองนายกฯ และรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถ มาช่วยงาน สุดท้ายเมื่อได้ทีมเศรษฐกิจที่ดีจะทำให้เศรษฐกิจมีการเติบโต และตลาดหุ้นไทยก็จะสามารถปรับตัวไปในทิศทางที่ดีได้
 
นายแบงก์ลุ้นนโยบายรัฐบาลใหม่
 
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ด้านเสถียรภาพของรัฐบาลมีความมั่นคง แต่ที่ต้องติดตามคือบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรีว่ามีใครบ้าง และมีนโยบายในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจอย่างไร เนื่องจากนโยบายของรัฐมีผลต่อการตัดสินใจการลงทุนของภาคธุรกิจในปีหน้า และจะทำให้ภาพเศรษฐกิจมีความชัดเจนมากขึ้น
 
ด้านนายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สิ่งที่อยากฝากให้แก่รัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมีการจัดตั้งคือ ขอให้พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่า โครงการลงทุนภาครัฐที่จะเกิดขึ้นนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว แม้สิ้นสุดยุค คสช. ไปแล้ว รัฐบาลใหม่ก็จะยังคงดำเนินการต่อเนื่องไปได้ไม่มีการสะดุดหรือเปลี่ยนแปลงมากนัก.