เอสเอ็มอีโอดขาดสภาพคล่องหนัก ยอดวูบ-ปรับแผนลดต้นทุน-วอนแบงก์รัฐช่วยอุ้ม

 เอสเอ็มอีโอดขาดสภาพคล่องหนัก ยอดวูบ-ปรับแผนลดต้นทุน-วอนแบงก์รัฐช่วยอุ้ม 

เอส เอ็มอี-โอท็อปหืดจับ ยอดฮวบ ขาดสภาพคล่องหนัก เผยแจ็กพอตสองเด้ง ต้องจ่ายเงินสดซื้อวัตถุดิบ-โดนยื้อค่าสินค้า ปรับแผนหั่นค่าใช้จ่ายลดออกบูท ส.ของขวัญ ของชำร่วยฯฮึด ดึงเอสเอ็มอีแบงก์ส่งทีมสำรวจความต้องการสินเชื่อ
 
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน และเลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผู้ประกอบการของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้านกว่า 1,500 ราย ส่วนใหญ่เป็นรายเล็กประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก เนื่องจากยอดขายตกลงกว่า 40% ตั้งแต่วิกฤตการเมืองจนถึงขณะนี้ก็ไม่มีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มต้นน้ำขาดเงินทุนหมุนเวียนจัดซื้อวัตถุ ดิบ อย่างกลุ่มโอท็อปที่ผลิตเครื่องเงิน หัตถกรรม ผลิตภัณฑ์ไม้จำหน่ายในประเทศเป็นหลักได้รับผลกระทบรุนแรงมาก
 
"ส่วน กลุ่มผู้ผลิตกลางน้ำที่ผ่านมาเจอแจ็กพอตสองเด้ง เพราะเมื่อกำลังซื้อเริ่มมีเข้ามา และต้องการสั่งซื้อวัตถุไปผลิตสินค้า จะถูกกลุ่มผู้จำหน่ายวัตถุดิบบีบให้จ่ายเงินเงินสดทัน แต่เมื่อผลิตสินค้าขายการชำระเงินจากปลายทางกลับเป็นแบบขอเครดิตจึงไม่มี เงินหมุนเวียน ทำให้ผู้ประกอบการที่เคยจองบูทขายในงานแสดงสินค้าปีละไม่ต่ำกว่า 4-5 งาน ลดเหลือแค่งาน BIG&BIH งานเดียว ทั้งยังลดจำนวนบูทลง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย" 
 
นายปิยนันท์ มหานุภาพ นายกสมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้สมาชิกที่ขาดสภาพคล่องหันมาลดค่าใช้จ่ายด้วยการ "ลดขนาด" การเช่าบูทออกงาน จากเดิมจองครั้งละ 20 คูหา/บริษัท เหลือเพียง 10 คูหา/บริษัท อย่างในงาน BIG&BIH เดิมมีผู้ประกอบการในสมาคมเข้าร่วมงานครั้งละไม่ต่ำกว่า 140 บูท ปีนี้เหลือเพียง 90 บูท นอกจากนี้ สมาชิก 5-10% ไม่เข้าร่วมงานทุกงานต้นทุนในการออกบูทแต่ละครั้ง 2-3 แสนบาท/งาน สำหรับในประเทศ ในส่วนของสมาคมปกติสมาชิกจะเข้าร่วมงาน 2-3 งานเป็นประจำ เช่น งาน BIG&BIH เดือน เม.ย. และ ต.ค.ทุกปี งานบ้านและสวนแฟร์ เป็นต้น ขณะนี้ส่วนใหญ่เน้นผลิตสินค้าแบบประคองตัว รักษาลูกค้าเก่า ไม่มีเงินทุนทำตลาดหาลูกค้าใหม่
 
ทั้งนี้ สมาพันธ์สินค้าไลฟ์สไตล์ได้ขอความร่วมมือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME BANK) ให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยจัดทีมลงพื้นที่งาน BIG&BIH สำรวจ ผู้ประกอบการและอำนวยความสะดวกในการยื่นขอสินเชื่อ คาดว่าแต่ละรายต้องการสินเชื่อ 5-10 ล้านบาท เพื่อหมุนเวียนทำธุรกิจ และนำไปใช้รีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบภาพรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็ม อีกลุ่มของขวัญ ของชำร่วย ขณะนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน แม้ที่ผ่านมาจะปรับตัวนำเครื่องจักรมาใช้ทดแทนแรงงาน เปลี่ยนระบบการทำงานจาก 3 กะ เป็น 2 กะ 1 โอทีไปแล้ว
 
ขณะที่นายเชษฐ์ รุ่งชวาลนนท์ เลขานุการและผู้จัดการสมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและส่งออกระบุ เมื่อเศรษฐกิจในประเทศซบ สมาชิกส่วนใหญ่หันไปโฟกัสต่างประเทศ โดยปีนี้เน้นกลุ่มอาเซียน+3 คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี 
 
นาย อมรชัย นาคศุภมิตร นายกสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาตลาดโต 18% เฉพาะส่งออกยอดรวมมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ปีนี้การเติบโตน่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา 2-3% แต่ปัญหาหลักคือขาดแรงงานที่มีทักษะ ทำให้ต้องพึ่งแรงงานต่างชาติ