ชงแก้ ก.ม.แข่งขันการค้า เข้า ครม. 15 ธ.ค. ก่อนบังคับใช้ใน 1 ปี

 ชงแก้ ก.ม.แข่งขันการค้า เข้า ครม. 15 ธ.ค. ก่อนบังคับใช้ใน 1 ปี

พณ.จ่อชงยกร่างแก้ไข ก.ม. แข่งขันการค้า เข้า ครม. 15 ธ.ค.นี้ เล็งคุมรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นบริษัทมหาชน เสนอแยกสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เป็นองค์กรอิสระ และให้ส่งฟ้องผู้กระทำผิดได้เอง คาดมีผลบังคับใช้ใน 1 ปี...
 
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ว่า ภายในเดือน พ.ย.นี้ กรมฯ จะเสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เห็นชอบ ก่อนจะนำเสนอให้ ครม.เห็นชอบภายในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ หากเห็นชอบแล้ว จะนำเข้าสู่ขั้นตอนของการออกกฎหมายต่อไป ซึ่งรัฐบาลเร่งรัดให้การแก้ไขแล้วเสร็จ และบังคับใช้ได้ภายใน 1 ปี
 
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ กรมฯ จะจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นครั้งสุดท้าย และจะนำผลจากการสัมมนามาปรับปรุงกฎหมายร่วมกับการแก้ไขใน 9 ประเด็น ที่กรมฯ ได้กำหนดไว้แล้ว
 
สำหรับ 9 ประเด็นที่กรมฯ เห็นควรต้องแก้ไขนั้น กรมฯ พิจารณาจากประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของการบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ผ่านมา เช่น 1.การกำหนดให้การกระทำของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจเป็นปกติทางการค้าแข่งขันกับเอกชน ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแข่งขันทางการค้า จากปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจสามารถทำธุรกิจแข่งขันกับภาคเอกชนได้โดยเสรี และในบางธุรกิจทำให้ภาคเอกชนเสียเปรียบในการแข่งขัน
 
2.กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เป็นองค์กรอิสระในการดำเนินการ 3.ปรับแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการฯ โดยลดจำนวนและมีการคัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแข่งขัน และต้องปฏิบัติงานเต็มเวลา 4.กำหนดให้คณะกรรมการฯ สามารถส่งฟ้องผู้กระทำผิดตามกฎหมายได้เอง หากอัยการไม่ส่งฟ้อง 5.ปรับปรุงคำนิยามของ "ผู้ประกอบธุรกิจ" ให้หมายความรวมถึงบริษัทในเครือด้วย จากปัจจุบันกำหนดให้เป็นคนละบริษัท ส่งผลให้สามารถทำธุรกิจเอาเปรียบคู่แข่งได้ เป็นต้น
 
"รัฐบาลชุดนี้เน้นเรื่องการแก้ไขกฎหมายต่างๆ ให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการมากขึ้น ดังนั้น เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายแข่งขันทางการค้า จะเสร็จทันภายใน 1 ปีตามกำหนด และไม่น่าจะมีใครคัดค้านแล้ว เพราะถือเป็นงานเร่งด่วนของรัฐบาล"