มูลค่าส่งออก ก.ย.พลิกโต3% “บิ๊กตู่” ห่วงเศรษฐกิจไม่ฟนสั่งดูแลประชาชน

 

“ประยุทธ์” สั่งหน่วยงานเศรษฐกิจเตรียมพร้อมดูแลประชาชน หลังคาดเศรษฐกิจโลก-ไทยยังไม่ดีขึ้น ขณะที่พาณิชย์เผยมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยเดือน ก.ย. กลับมาฟื้นตัว โตได้ 3.19% หวัง 3 เดือนที่เหลือส่งออกได้เดือนละ 1.95 หมื่นล้านเหรียญ ดันยอดทั้งปีเป็นบวกทันทีหลัง 9 เดือนติดลบ 0.85 %

 
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ห่วงใยภาวะเศรษฐกิจ มองว่าปีหน้าเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี และไทยยังมีปัญหาภัยแล้ง จึงมอบหมายให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจเตรียมดูแลประชาชนให้ดี พร้อมทั้งชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และสร้างความรับรู้ที่ถูกต้องว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และแก้ปัญหาได้ระดับไหน จะชี้แจงในฐานะนายกรัฐมนตรีคนเดียวไม่ได้ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันชี้แจง
 
ขณะที่นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ต้นปี 58 แต่ขณะนี้เริ่มดีขึ้นระดับหนึ่งแล้ว จากการจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ดีขึ้นมาก แต่ที่เป็นปัญหามากคือการส่งออก ถ้าไม่ขยายตัว หรือเติบโต 0% จากปีก่อน จะเป็นปัญหามาก แต่รัฐบาลกำลังรอผลลัพธ์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้านี้ว่าจะเกิดผลอย่างไรในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้ หากยังไม่เห็นผลชัดเจนต้องมีมาตรการเพิ่มเติมในระยะต่อไป
 
ส่วนนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศถือว่าดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ดัชนีการผลิตในเดือน ก.ย. 57 เพิ่มขึ้น 2.6% จากเดือน ส.ค. ส่วนหนึ่งมาจากสหรัฐฯ ยังไม่ออกมาตรการกีดกันทางการค้าไทยเพิ่มเติม หลังจากไทยถูกปรับลดอันดับประเทศค้าแรงงานไปอยู่ในระดับ 3 (เทียร์ 3) อย่างไรก็ตาม โดยปกติภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวตามอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ปี 57 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 1.5% ทำให้การใช้กำลังผลิตในภาคอุตสาหกรรมใช้เพียง 60% ส่วนในปีหน้าจีดีพีขยายตัวอย่างน้อย 3.5% จะทำให้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
 
ด้านกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้มีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยมาตรการทางภาษี การจัดงานแคมเปญท่องเที่ยว เห็นได้ชัดจากการจองที่พักและบริการท่องเที่ยวล่วงหน้าในระยะเวลา 3 เดือนข้างหน้าที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6-8% โดยเฉพาะยอดการจองในเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้น 10%
 
ขณะที่นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า ในเดือน ก.ย.57 ไทยมีมูลค่าการส่งออก 19,912.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.19% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบ 2 เดือน หลังจากที่เดือน ก.ค. และเดือน ส.ค. มูลค่าการส่งออกขยายตัวติดลบ 0.85% และ 7.40% ตามลำดับ ส่วนเมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 630,756.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.19% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 21,711.0 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 14.42% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 695,866.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.52% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 1,798.3 ล้านเหรียญฯ หรือขาดดุลการค้า 65,110.3 ล้านบาท
 
สำหรับการส่งออกในช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.)ปี 57 การส่งออกมีมูลค่า 170,456.7 ล้านเหรียญฯ ลดลง 0.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 5.474 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.33% การนำเข้ามีมูลค่า 171,974.1 ล้านเหรียญฯ ลดลง 10% คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 5.586 ล้านล้านบาท ลดลง 3.50% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 1,517.5 ล้านเหรียญฯ หรือขาดดุลรวม 111,852.1 ล้านบาท สาเหตุที่ทำให้มูลค่าการส่งออกกลับมาขยายตัวได้เพิ่มขึ้น เพราะการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่มขึ้น 2.8% ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวลดลงเพียง 0.4% ขณะที่ในด้านตลาดส่งออก พบว่า หลายตลาดกลับมาส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยตลาดหลัก ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งมีสัดส่วน 55.3% ของมูลค่าส่งออกรวม เพิ่มขึ้น 1.4%, 6.2% และ 4.5% ตามลำดับ
นางนันทวัลย์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลืออีก 3 เดือนของปีนี้ ประเมินว่าหากส่งออกได้ประมาณเดือนละ 19,500 ล้านเหรียญฯ จะทำให้ทั้งปีกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ โดยเดือน ต.ค. อัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกน่าจะขยายตัวติดลบ หรือบวกเล็กน้อย เพราะฐานปีที่แล้วยังสูงอยู่ แต่ 2 เดือนสุดท้าย คือ เดือน พ.ย.และ ธ.ค. น่าจะขยายตัวเป็นบวกได้แน่นอน “ยังมีความเป็นห่วงสถานการณ์ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ที่อาจจะมีปัจจัยลบมากระทบต่อการส่งออกไทย คือ เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ยังไม่ดีขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนที่อาจมีความผันผวน และราคาสินค้าเกษตรบางรายการที่ยังตกต่ำ”.