เอกชนลุ้นตัวโก่งปี 58 โต 4% ลดอุปสรรคเศรษฐกิจ-จี้ลงทุน-สกัดคอร์รัปชัน

 เอกชนลุ้นตัวโก่งปี 58 โต 4% ลดอุปสรรคเศรษฐกิจ-จี้ลงทุน-สกัดคอร์รัปชัน

“เอกชน” มองเศรษฐกิจใต้เงาปฏิรูป เร่งลด “คอร์รัปชัน” สร้างความเป็นธรรมล้างบางคนทุจริต ดันเศรษฐกิจไทยเดินหน้า เชื่อปีหน้าโตแค่ 4% โดยรัฐต้องเร่งเครื่อง เบิกจ่ายงบ-ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-หนุนภาคการค้าลงทุน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี 2557 โดยในส่วนของภาคเอกชน เสวนาในหัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยภายใต้การปฏิรูปประเทศ” โดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ได้หารือกับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ แล้ว มีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2558 จะเติบโตได้ที่ 4% แม้ว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโตไม่มาก โดยรัฐบาลจะต้องเดินหน้าโครงการต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ลดอุปสรรคการค้าการลงทุน และเร่งรัด เบิกจ่ายงบประมาณ ส่วนการส่งออก แม้ตลาดหลักยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ภาคเอกชนเชื่อว่าการส่งออกจะยังคงเติบโตได้ โดยจะต้องเร่งรัดการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนให้ได้เพิ่มมากขึ้น
 
ขณะเดียวกัน ต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้ตรงจุดและมีบทลงโทษอย่างรุนแรง และแก้ไขปัญหาจาก 3 มูลเหตุ ไม่เช่นนั้นประเทศไม่พัฒนา 1.ข้าราชการ ที่ต้องยอมรับว่ารายได้ในปัจจุบันต่ำไป ขณะที่มีค่าครองชีพสูงขึ้น จึงต้องหาทางส่งเสริมอาชีพ ให้ข้าราชการอยู่ได้ และควรลดจำนวนข้าราชการลง 2.นักการเมืองต้องแข่งขันกันที่ความสามารถ ไม่ใช่ใช้เงินซื้อตำแหน่ง ซื้อเสียง หรือซื้อ ส.ส.และประชาชนเองต้องไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่าง โดยการศึกษาต้องสอนคนว่าถ้าเลือกนักการเมืองที่ซื้อเสียงเข้ามาประเทศชาติจะสูญเสียอย่างไร 3.เอกชน
ซึ่งยอมจ่ายใต้โต๊ะเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ก็ต้องเลิกจ่าย ไม่ยอมติดสินบนในรูปแบบใด แต่ภาครัฐก็ต้องให้ความเป็นธรรมในการจัดซื้อจัดจ้าง
 
ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย กล่าวว่า การส่งเสริมการลงทุน โดย เฉพาะให้สิทธิประโยชน์ทางการลงทุน ถือเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่ง โดยนอกจากการลงทุนในประเทศแล้ว ควรส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน เช่น เวียดนาม เพราะเป็นประเทศที่เปลี่ยนแปลงในทิศทางดีขึ้น มีความพร้อมรับนักลงทุนต่างประเทศ และมีประชากรวัยทำงานที่มีความนิยมสินค้าไทยมาก โดยธุรกิจขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนต่างประเทศพร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ส่วนปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ระยะยาว คือ ควรแก้ที่ระบบการศึกษา ต้องปลูกฝังให้เด็กเห็นว่าการทุจริตเป็นสิ่งไม่ดี ทำให้สังคมเกิดปัญหาตามมา ส่วนระยะสั้น ขึ้นอยู่กับผู้รักษากฎหมายว่าจะมีความเท่าเทียมกันระหว่างผู้มีอำนาจกับประชาชนมากน้อยเพียงใด โดยต้องเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมายเท่าเทียม
 
ขณะที่นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอาเซียน สิ่งสำคัญต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสนามบิน ที่ต้องเพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสาร รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่าปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากภาคการท่องเที่ยวอยู่ที่ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ถือเป็นเม็ดเงินมหาศาล
 
“แนวทางแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของไทย มองว่าช่วงนี้เป็นช่วงดีที่สุด เพราะอยู่ภายใต้การปกครองพิเศษ อยากให้รัฐใช้อำนาจกฎหมายเอาผิดผู้ที่กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เช่น ภาคธุรกิจโรงแรมเอง เมื่อจะขออนุญาตเปิดทำกิจการก็ต้องจ่ายเงิน ตั้งแต่การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โยธาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากปกติที่จะมีความล่าช้าค่อนข้างมาก ซึ่งหากต้องการความรวดเร็วก็ต้องจ่าย ไม่จ่ายก็ไม่ได้เพราะต้องทำสัญญา กับผู้รับเหมาล่วงหน้า โดยในต่างจังหวัดนั้นแค่ขอบ้านเลขที่ยังต้องจ่ายเลย”.