ญี่ปุ่นเกาะขบวนรถไฟทางคู่ เปิดสายใหม่ตาก-มุกดาหารเชื่อมอีสต์-เวสต์

 ญี่ปุ่นเกาะขบวนรถไฟทางคู่ เปิดสายใหม่ตาก-มุกดาหารเชื่อมอีสต์-เวสต์

คมนาคมเปิดทางดึงญี่ปุ่นร่วมโปรเจกต์รถไฟทางคู่สายใหม่ตาก-มุกดาหาร เชื่อมฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก “ประจิน” แจงเอ็มโอยูไทย-จีนสายหนองคาย–มาบตาพุด ทำมาก่อนรัฐบาลชุดนี้แล้วจึงยากปฏิเสธ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในเดือน ธ.ค.นี้ โดยคาดว่าจะมีการทำความตกลงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ รางมาตรฐาน 1.435 เมตรที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นเส้นทางสายใหม่ จาก จ.ตากไปยัง จ.มุกดาหาร เพื่อเชื่อมฝั่งตะวันตกไปตะวันออกของไทย และเป็น 1 ใน 2 เส้นทางที่รัฐบาล คสช.กำหนดเอาไว้ ส่วนเส้นทางแรกที่ตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามาดำเนินการ คือเส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย และหนองคาย-แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทางรวม 867 กิโลเมตร
 
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า เส้นทางรถไฟสายใหม่ตาก-มุกดาหาร เป็นรถไฟทางคู่ รางขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร ความเร็ว 160-180 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งรัฐบาลต้องการผลักดันเพื่อต่อเชื่อมจากฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมแม่สอดเชื่อมไปยังมุกดาหารที่จะเชื่อมต่อเข้าไปยังประเทศลาว
 
ส่วนแนวทางที่จะให้ญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินการนั้นยังไม่ได้มีข้อตกลงที่ชัดเจน แต่ขณะนี้มีเพียงญี่ปุ่นเพียงรายเดียวที่แสดงความสนใจนอกจากรถไฟทางคู่จากทวาย-บ้านพุน้ำร้อน เพราะญี่ปุ่นสนใจเส้นทางที่จะเชื่อมต่อกับโครงการทวายอยู่แล้ว ขณะนี้ถือว่ายังเปิดกว้างให้กับทุกประเทศ ที่สนใจเข้าร่วมได้ แต่หากในที่สุดมีเพียงญี่ปุ่นที่ตอบตกลงที่จะเข้ามาร่วมศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การดำเนินโครงการก็น่าจะเป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยจะเริ่มต้นจากการเข้าร่วมในการศึกษารายละเอียดของเส้นทางและความเป็นไปได้ของโครงการ
 
สำหรับรายละเอียดทางรถไฟสายใหม่นั้น ได้มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รับผิดชอบและจะร่วมเดินทางไปกับคณะของนายก– รัฐมนตรีในการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ด้วย และอาจร่วมเดินทางไปกับคณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางไปหารืออย่างไม่เป็นทางการล่วงหน้า
 
นอกจากนี้ พล.อ.อ.ประจิน ยังชี้แจงถึงความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนในการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่หนองคาย-มาบตาพุด ว่าเป็นผลสืบเนื่องจากรัฐบาลก่อนหน้านี้เมื่อปี 2553 และรัฐบาลในเวลาต่อมามีการทำความตกลงบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับทางรัฐบาลจีนว่าจะร่วมมือ กันพัฒนารถไฟสายนี้ และจีนได้เข้าร่วมในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการด้วย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ
 
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้รายงานข้อมูลความร่วมมือในการพัฒนารถไฟทางคู่ไทย-จีน แบบรัฐต่อรัฐ โดยจะสรุปกรอบความตกลงที่จะลงนามในบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ซึ่งจะเสนอขออนุมัติจาก ครม.อีกครั้งในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยจะเป็นเพียงการวางกรอบแนวทางเบื้องต้นและมอบอำนาจให้ รมว.คมนาคมเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจาในรายละเอียดของความร่วมมือต่อไป ส่วนเงื่อนไขรายละเอียดข้อตกลงนั้นจะมีการตกลงของผู้แทนทั้งสองฝ่ายและต้องได้รับความเห็นชอบตามขั้นตอนจากระดับประธานาธิบดีของจีนและ ครม.ของไทย ก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียดได้.