ส่งออกกุ้งสาหัสขาลงรอบ 25 ปี

 ส่งออกกุ้งสาหัสขาลงรอบ 25 ปี

         ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็งไทยที่มีกุ้งเป็นสินค้าหลักว่า ขณะนี้ยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงจากภายในและนอกประเทศใน 6 เรื่อง ได้แก่ 1) ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต และมีราคาแพงจากผลกระทบกลุ่มอาการตายด่วน (EMS) ในกุ้งที่เกษตรกรเลี้ยง ซึ่งที่ผ่านมาทุกฝ่ายได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่แล้ว คงต้องดูว่ากุ้งที่เลี้ยงตั้งแต่เดือนมีนาคม หรือเมษายนที่ผ่านมาและจะสามารถจับได้ในเดือนมิถุนายนจะมีอัตรารอดมากน้อยเพียงใด ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ 2) การขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมทำให้ต้องพึ่งแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน 3) ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทำให้มีต้นทุนการผลิตสูง 4) ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่ยังไม่น่าไว้ใจว่าจากนี้ไปจะแข็งค่าขึ้นอีกหรือไม่ หรือมีความผันผวนมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะกระทบต่อการรับคำสั่งซื้อ และการกำหนดราคาซื้อขาย 5) เป็นปัจจัยจากภายนอก ที่ล่าสุดไทยถูกสหรัฐอเมริกาเรียกเก็บภาษีการอุดหนุน (ซีวีดี)อุตสาหกรรมกุ้งเบื้องต้นในอัตรา 2.09% มีผลตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 และจะพิจารณาประกาศผลครั้งสุดท้ายในวันที่ 12 สิงหาคม 2556 ซึ่งหากไทยต้องเสียภาษีซีวีดีจะทำให้สินค้าไทยมีต้นทุนที่สูงขึ้น กระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน 6) อุตสาหกรรมประมงไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกโจมตีจากต่างประเทศว่ามีการกดขี่แรงงาน ซึ่งทางการสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณา และจะประกาศสถานะประเทศไทยในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี 2555 ในเร็วๆ นี้ ปัจจุบันไทยอยู่ในบัญชีประเทศถูกจับตามองเป็นพิเศษ (Tier 2 Watch List) หากถูกพิจารณายกระดับสถานะที่รุนแรงขึ้นอาจถูกตอบโต้ทางการค้าได้
         อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เคยผงาดและส่งออกได้เพิ่มขึ้นในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา แต่วันนี้อุตสาหกรรมเริ่มถดถอยสู่กราฟขาลง และเริ่มเสียส่วนแบ่งตลาดให้ประเทศคู่แข่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุกปัญหาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคผู้เลี้ยง ภาคปัจจัยการผลิต และภาคโรงงานแปรรูปได้ร่วมมือกันแก้ไขทุกปัญหาอย่างเต็มที่ สำหรับในปี 2556 คาดการส่งออกกุ้งของไทยจะมีปริมาณไม่เกิน 3.5 แสนตัน จากผลผลิตรวมไม่เกิน 4 แสนตัน (ปี 2555 ส่งออก 3.2 แสนตัน มูลค่า 8.9 หมื่นล้านบาท) ขณะที่สถาบันอาหาร คาดปริมาณผลผลิตกุ้งของไทยในปีนี้สูงสุดไม่เกิน 3.5 แสนตัน และส่งออกประมาณ 2.4 แสนตัน ส่วนมูลค่าการส่งออกคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 8.2 หมื่นล้านบาท