เงิน 4 ด้าน

 เงิน 4 ด้าน

          หลายคนเชื่อว่า การจะมีเงินต้องทำงานหนัก เหน็ดเหนื่อย ยาก ลำบาก ร้อน และอีกสารพัด ทำให้ภาพของการที่กว่าจะได้เงินมานั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ นั่นอาจเป็นจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่การได้เงินของเขา ไม่เห็นจะต้องเหนื่อย ลำบาก อะไรเลย หนำซ้ำตัวเงินยังเป็นคนทำงานให้อีกต่างหาก จริงๆแล้วการหาเงิน หรือการสร้างรายได้ สามารถเกิดขึ้นได้หลายช่องทาง หลากหลายวิธีทำมาหากิน ในส่วนนี้จะมาพูดถึงที่มาของเงินจากด้านที่แตกต่างกัน 4 ด้าน ดังนี้
 
        ด้านแรก เป็นเงินที่ได้มาจากการรับจ้าง เรียกว่าเอาหยาดเหงื่อแรงกายเข้าแลก ต้องเหน็ดเหนื่อย ทนร้อน บางครั้งอาจต้องทนคำบ่น ก่นด่าจากผู้จ้าง รับค่าจ้างเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือก็เป็นรายเดือน คนส่วนใหญ่จะได้เงินจากวิธีนี้ จะว่าไปก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแต่ขาดอิสรภาพหลายๆอย่าง เพราะวิธีและตารางเวลาส่วนใหญ่ของชีวิต จะมีนายจ้างเป็นผู้กำหนด
ด้านที่สอง คือเงินที่มาจากการทำอาชีพส่วนตัว งานนี้แม้จะมีอิสระและดูเหมือนว่าจะดูดีกว่าแบบที่หนึ่ง เพราะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของกิจการเอง ตัดสินใจเอง บริหารจัดการเอง แต่ในความเป็นจริง เหนื่อยมาก เพราะต้องพบกับคู่แข่งทางการค้าที่หลากหลาย และต้องสร้างสมประสบการณ์ที่มากพอ สิ่งสำคัญอีกข้อหนึ่งคือ จำนวนเงินทุน หากเรามีทุนน้อย ก็ไม่สามารถที่จะไปต่อกรกับคู่แข่งที่มีทุนมากกว่า จากสถิติพบว่า คนที่เริ่มต้นกิจการใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะล้มเหลวหรือล้มเลิกไปภายใน 3 ถึง 5 ปี
 
         จะเห็นว่า การจะหาเงินจากวิธีนี้ก็ไม่ได้ง่ายนัก ค่าเฉลี่ยความสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าสามารถยืนหยัดและมีแนวความคิดที่โดดเด่น ก็สามารถสร้างผลตอบแทนหรือมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ คุ้มค่ากับความเหนื่อยยาก และสามารถต่อยอดขยายธุรกิจออกไปจนใหญ่โต สร้างงานให้คนกลุ่มแรกได้
 
         ด้านที่สาม คือเงินที่ได้จากการทำธุรกิจ รายได้กลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เติบโตและถูกต่อยอดมาจากการประกอบอาชีพส่วนตัว เมื่อประสบความสำเร็จก็ขยายสาขาหรือเพิ่มสินค้า แตกธุรกิจไปเป็นสาขาอื่น ส่วนใหญ่เจ้าของธุรกิจจะไม่ต้องลงแรงเองแล้ว จะใช้วิธีจ้างคนเก่งมาทำงานแทน เจ้าของก็นั่งดูแลหรือบริหารในภาพรวม งานลักษณะนี้ถือเป็นการงานขนาดใหญ่ ต้องมีทุนมากหรือมีแหล่งเงินทุนสนับสนุนที่เพียงพอ ผู้บริหารจะต้องบริหารจัดการให้ดี มีการแบ่งแยกงานการหลายระดับหลายหน้าที่ คนที่เป็นเจ้าของแม้ไม่เหนื่อยกายมาก ก็ต้องเหนื่อยใจ หรือเหนื่อยในการที่จะต้องพบปะบริหารจัดการเรื่องคนแทน ส่วนค่าตอบแทนถือว่ามหาศาลหากธุรกิจดำเนินไปด้วยดี
 
        ด้านที่สี่ คือเงินที่ได้จากการลงทุน หมายถึงนำเงินไปต่อเงิน หรือให้เงินทำงานแทนเรานั่นเอง รายได้แบบนี้ส่วนใหญ่เราไม่ต้องลงแรง หรือเหนื่อยยากอะไร เพียงแต่ต้องมีความรู้และประสบการณ์ที่เชี่ยวกราก หรือเรียกว่าเขี้ยวลากดินก็ได้ เพราะในหมู่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ล้วนเป็นพวกเสือ สิงห์ กระทิง แรด ผ่านวิกฤตต่างๆมานับนับไม่ถ้วน เพราะการลงทุนแม้ไม่ต้องออกแรงกาย แต่ต้องใช้แรงสมอง และทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ถ้าต้องการผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็สูง ถ้าต้องการผลตอบแทนต่ำ ผลตอบแทนก็ต่ำไปด้วย
 
       แต่ไม่ใช่ทุกการลงทุนที่จะสร้างรายได้ มีหลายครั้งที่นักลงทุนพลาด เสียเงินเสียทองก็เยอะเหมือนกัน การลงทุนมีหลายรูปแบบ เช่น ลงทุนหุ้น เพื่อหวังปันผล ลงทุนซื้อที่ดิน หรือพวกบ้านคอนโด เพื่อรอผลตอบแทนในระยะยาว หรือแม้กระทั่งซื้อธุรกิจ กิจการมาในราคาถูก นำมาบริหารจัดการ สร้างผลตอบแทนที่ดี หรือ นำมาปั้นเสร็จแล้วขายออกไปก็ได้
 
       จะเห็นว่าเงินหรือรายได้สามารถมาได้จากหลายๆทาง แต่ละทางก็จะมีลักษณะพิเศษ ยากง่ายแตกต่างกัน ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การเข้าถึงแหล่งที่มาแต่ละแบบ ไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน เพราะบางอย่างต้องมีเงินทุน บางอย่างต้องมีประสบการณ์ แต่หากเรามีความฝัน มีความพยายาม ค่อยๆสั่งสมประสบการณ์และสะสมเงินทองขึ้นไปเรื่อยๆ เราก็จะสามารถไปถึงขั้นเป็นนักลงทุนที่ให้เงินทำงานแทนได้