ยอดส่งออกอาหารชะลอตัวเศรษฐกิจโลก-กำลังซื้อในประเทศลด แนะแปรรูปสินค้าเพิ่มมูลค่าดันรายได้

 ยอดส่งออกอาหารชะลอตัวเศรษฐกิจโลก-กำลังซื้อในประเทศลด แนะแปรรูปสินค้าเพิ่มมูลค่าดันรายได้

 
                    นายโสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอุตสาหกรรมอาหารของไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่หดตัวลงเล็กน้อย ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องมุ่งพัฒนาสินค้าและแปรรูปอาหารให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อส่งออกและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับยอดส่งออกสินค้าอาหารไทยในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 9.81 แสนล้านบาทเติบโต 1.5% จากปีก่อน ตามที่สถาบันอาหารประมาณการไว้ ส่วนเอสเอ็มอีไทยในปัจจุบันที่มีจำนวน 3 ล้านรายทั่วประเทศส่วนใหญ่สามารถปรับตัวและแข่งขันได้โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงจะเป็นสิ่งทอและภาคก่อสร้างที่ใช้แรงงานสูงมาก ดังนั้นเอสเอ็มอีต้องปรับตัวและหาแนวทางรับมือกับปัญหาแรงงานขาดตลาดให้ได้ ซึ่งมั่นใจว่าจากนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยอย่างเต็มที่ จะทำให้เอสเอ็มอีไทยสามารถแข่งขันได้ระยะยาว และสามารถปรับตัวกับปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ กรมฯ ได้เปิดตัว 9 นวัตกรรมอาหารไทยที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าจากผลผลิตทางการเกษตร และสามารถพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์เพื่อส่งออกในต่างประเทศ และรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้แก่ ทุเรียนผงพร้อมดื่มเยลลี่วัยทอง ข้าวลดความอ้วนผักอัดเม็ด ไวน์ผง ซุปฟักทองพร้อมดื่มทันที พายข้าวหอมมะลิ บะหมี่สายรุ้ง และซอสฟักข้าว ทั้งนี้ จะนำผลิตภัณฑ์ไปขยายตลาดและเพิ่มช่องทางขายสินค้าในอาเซียนมากขึ้น เพราะตลาดอาเซียนเติบโตดีและมีกำลังซื้อสูง รวมทั้งทดแทนตลาดหลักจากสหรัฐและยุโรปที่ชะลอตัวลงได้ ประกอบกับเป็นสินค้าแปรรูปที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและลูกค้าในต่างชาติสูงมาก โดย 9 นวัตกรรมอาหารอยู่ภายใต้โครงการ ไทยแลนด์ ฟู้ดวัลเลย์ ที่ได้ดำเนินการเป็นปีที่ 2 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการที่นำงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ 160 ราย
                  อย่างไรก็ตาม กรมฯ ยังได้วางพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 แห่ง เพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรไทย ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางเรื่องผักและผลไม้แปรรูปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา เป็นศูนย์กลางผลิตเนื้อสัตว์ และภาคใต้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ประมง ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถติดต่อมาที่กรมฯ เพื่อให้ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ต่อเนื่องอีกด้วย