ยกเลิกค่าโทรศัพท์บ้าน3บาท กสทช.ขึ้นเงินเดือนซูเปอร์บอร์ด90%

 ยกเลิกค่าโทรศัพท์บ้าน3บาท กสทช.ขึ้นเงินเดือนซูเปอร์บอร์ด90% 

     บอร์ด กสทช.เห็นชอบอัตราเชื่อมต่อโครงข่ายทั้งโทรศัพท์บ้าน-มือถือ ที่ 45 สตางค์ เล็งยกเลิกโทร.บ้าน 3 บาท   กสทช.ปรับขึ้นเงินเดือนซูเปอร์บอร์ดกว่า 90% จากแสนกว่าบาท เป็น 2 แสนกว่าบาท
    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ได้เห็นชอบอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม แบ่งเป็น โทรศัพท์เคลื่อนที่ถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ นาทีละ 45 สตางค์ และ โทรศัพท์พื้นฐานถึงโทรศัพท์พื้นฐาน นาทีละ 45 สตางค์ ในปีแรก และลดลงเหลือ 34 สตางค์ ในปี 2558 
    ทั้งนี้ การประกาศอัตราดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราค่าโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์บ้านที่เคยคิดค่าบริการในอัตราครั้งละ 3 บาท จะไม่สามารถคิดราคาต่อครั้งได้อีก เนื่องจากผู้ให้บริการมีต้นทุนที่ต้องจ่ายกันเป็นนาที อาทิ ผู้ใช้ทีโอทีโทรหาเลขหมายของทรูคอร์ปอเรชั่น ทีโอทีจะต้องจ่ายทรูในอัตรานาทีละ 45 สต. เป็นต้น
    สำหรับอัตราดังกล่าวเป็นไปตามประกาศ เรื่อง อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ.2556 เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตทุกรายใช้เป็นอัตราอ้างอิงในการใช้โครงข่ายระหว่างกัน หลังจากที่ผ่านมาไม่สามารถตกลงกันได้ โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นสาธารณะ คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ช่วงเดือน มิ.ย.นี้
    พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติการปรับปรุงระเบียบ เรื่องค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) หรือซูเปอร์บอร์ด จากเดิมตำแหน่งประธานมีค่าตอบแทนที่ 120,000 บาทต่อเดือน เป็นไม่เกิน 225,000 บาทต่อเดือน ส่วนกรรมการมีค่าตอบแทนอยู่ที่ 180,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 100,000 บาทต่อเดือน โดยพิจารณาจากสัดส่วนเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของ กสทช. ซึ่งตำแหน่งประธานได้ 300,000 บาท และคณะกรรมการได้ 260,000 บาท
    ทั้งนี้ ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ของซูเปอร์บอร์ด จำนวน 73.21 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประจำในการดำเนินงานจำนวน 48.21 ล้านบาท และงบลงทุนโครงการจำนวน 25 ล้านบาท จากเดิมที่ซูเปอร์บอร์ดได้ยื่นเสนอมาจำนวน 170.65 ล้านบาท โดยส่วนที่เหลืออีก 52.42 ล้านบาทนั้น ยังอยู่ในการพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายว่าจะนำไปตั้งไว้เป็นรายการเงินงบกลางกรณีฉุกเฉินและจำเป็นหรือไม่
    ด้านนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จากกรณีเรื่องร้องเรียนโทร.สายหลุดบ่อยครั้งนั้น ได้เรียกผู้ประกอบการ 3 รายเข้ามาปรึกษา คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทั้ง 3 รายได้ชี้แจงว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาเท่านั้น และในพื้นที่ที่มีประชาชนใช้งานหนาแน่น ซึ่งไม่ใช่ปัญหาการโทรจาก 2 จี ไป 3 จี แน่นอน
    ทั้งนี้ จากการใช้รถตรวจสอบสัญญาณออกวิ่งในกรุงเทพฯ ช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. พบว่า อัตราการโทร.สำเร็จใน 2 จี และ 3 จี ไม่ต่างกัน มีอัตราที่โทร.สำเร็จมากกว่า ส่วนความเร็วเฉลี่ยในการดาวน์โหลดข้อมูล เอไอเอส อยู่ที่ 4,322 kbps, ดีแทค อยู่ที่ 4,577 kbps, ทีโอที 3 จี 2,853 kbps และทรูมูฟเอช 4,130 kbps ซึ่งค่ามาตรฐานที่ กสทช.กำหนด คือ 345 kbps.