ถกเครียดแก้ปัญหาสินค้าเกษตร 11 ชนิดล้นตลาด

 ถกเครียดแก้ปัญหาสินค้าเกษตร 11 ชนิดล้นตลาด 

  นายกฯ สั่งพิกบอร์ดตรวจสอบราคาหมูพุ่ง ขณะที่กรมการค้าภายในเรียกผู้เลี้ยงและเขียงหมูสัปดาห์หน้า หารือเพื่อตรึงราคาหน้าเขียงไม่เกินกิโลกรัมละ 155 บาท พร้อมถกแก้ปัญหาสินค้าเกษตร 11 ชนิดล้นตลาด ให้เสนอกลับภายใน 2 สัปดาห์
 
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้คณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ หรือพิกบอร์ด (Pig board) ตรวจสอบต้นทุนและโครงสร้างราคาจำหน่ายสุกรทั้งระบบ หลังจากที่เนื้อหมูในตลาดสดราคาปรับขึ้นสูงเกินกว่าราคากลางที่กรมการค้าภายในกำหนด 140-145 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต้องยอมรับว่าสาเหตุที่ราคปรับขึ้นสูง เพราะสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้สุกรโตช้าและเกิดโรคระบาด ทำให้มีสุกรหายจากระบบไป 20-30%
 
ดังนั้น สัปดาห์หน้า กรมการค้าภายในจะเชิญสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รวมทั้งผู้ประกอบการเขียงหมู มาหารือเพื่อขอความร่วมมือตรึงราคาหน้าเขียงไม่ให้เกิน 155 บาทต่อกิโลกรัม
 
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร ความก้าวหน้าการจัดทำโซนนิ่งเกษตร และสถานการณ์ภัยแล้ง ที่ศูนย์วิจัยข้าว จ.ปทุมธานี พร้อมให้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสินค้า 11 รายการ ที่ต้องให้ความสำคัญเร่งด่วน เช่น ข้าวนาปรัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และผลไม้ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตที่ล้นตลาด เสนอกลับมาภายใน 2 สัปดาห์ และให้เร่งประสานผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมรับซื้อสินค้าเกษตรซึ่งเป็นส่วนเกินของตลาดไปแปรรูป
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังรับทราบความก้าวหน้าการกจัดทำโซนนิ่งภาคการเกษตรระยะแรก เน้นปรับพื้นที่ที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสม เป็นอ้อยโรงงาน และสำรวจอุปสงค์ อุปทานของตลาดให้มีความเป็นเอกภาพ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ และบูรณาการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลในส่วนกลางให้เชื่อมโยงกับในพื้นที่
 
สำหรับสถานการณ์ภัยแล้ง เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะจุดเล็กๆ และการกระจาย จึงมีการประกาศเขตภัยแล้งเป็นระดับตำบลแทนการประกาศทั่วจังหวัด พบว่ามีพื้นที่เกิดภัยแล้งลดลงจากปีก่อน โดยในเขตชลประทานไม่มีปัญหา เพราะปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักมีมากกว่าปีก่อน แต่นอกเขตชลประทานต้องมีการบริหารจัดการ เพื่อจัดหาน้ำกินน้ำใช้ให้เพียงพอ และให้กระทรวงมหาดไทยประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าแก้ปัญหา และให้การช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน
 
ขณะเดียวกัน เป็นช่วงฤดูร้อน จะต้องติดตามสินค้าเกษตร โดยจะขอให้ทางจังหวัดและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รายงานพืชผลเกษตรที่ผลิตในสองฤดูกาล เพื่อมาพูดคุยและแก้ปัญหาสินค้าก่อนที่จะล้นตลาด ซึ่งที่ผ่านมา หลายจังหวัดสามารถแก้ปัญหาได้ เช่น พืชผัก ผลไม้ ที่มีการปรับฤดูกาล นอกจากนี้ ได้มีการประสานกับทางจังหวัดในแต่ละภาค ทั้งพาณิชย์จังหวัด และเกษตรจังหวัดอย่างใกล้ชิด ทำให้แก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาดได้ ดังนั้น วันนี้จะมีการพูดคุยกันว่าจะแก้ปัญหาอะไรบ้าง และมีสินค้าอะไรที่จะแก้ปัญหาได้อย่างใกล้ชิด
 
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล 0.50 บาท/ลิตร จากเดิมกองทุนน้ำมันฯ เรียกเก็บเงินจากดีเซล 0.30 บาท/ลิตร ปรับเพิ่มเป็น 0.80 บาท/ลิตร ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
 
ผลจากการปรับอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้จะช่วยทำให้กองทุนน้ำมันฯ กลับมามีรายรับประมาณวันละ 24 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องมีรายจ่ายประมาณวันละ 4 ล้านบาท สำหรับกองทุนน้ำมันฯ มีฐานะสุทธิติดลงประมาณ 7,457 ล้านบาท
 
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก ราคาปิดตลาด ณ วันที่ 18 มีนาคม 2557 น้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 103.45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาน้ำมันเบนซิน 117.21 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และน้ำมันดีเซล ราคา 119.97 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล