'ซีเจ กรุ๊ป'บุกไทยลั่น3ปีขึ้นเบอร์1 ส่งร้าน'กาแฟ-เบเกอรี่'สไตล์กิมจิชิงแชร์

  

'ซีเจ กรุ๊ป'บุกไทยลั่น3ปีขึ้นเบอร์1 ส่งร้าน'กาแฟ-เบเกอรี่'สไตล์กิมจิชิงแชร์
 
            ซีเจ กรุ๊ป หรือ ซีเจ คอเปอร์เรชั่น บริษัทชั้นนำอันดับต้นๆ ของประเทศเกาหลี ทำธุรกิจครอบคลุม 4 กลุ่ม มีบริษัทในเครือประมาณ 30 บริษัท ซึ่งเน้นด้านอาหารและความบันเทิง โดยจุดเริ่มต้นมาจากการทำธุรกิจผลิตและค้าขายน้ำตาลตั้งแต่เมื่อ 61 ปีก่อน จนกระทั่งปัจจุบันถือเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการด้านอาหารครบวงจรตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงอาหารแปรรูป และครอบคลุมเรื่องการบริการด้านจัดเลี้ยง เช่น ซีเจ เชอิลเจดัง เป็นบริษัทแรกของเกาหลีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการทำธุรกิจอาหาร เป็นที่ยอมรับและรู้จักของคนเกาหลี เช่น แบรนด์ Beksul ที่เริ่มจากการผลิตน้ำตาลสู่การทำแป้ง น้ำมันพืช ซอส และเส้นหมี่ และแบรนด์ bibigo ผลิตและส่งออกอาหารแช่เข็ง ซอสโกจูจัง กิมจิ สาหร่าย ซึ่งมีการเปิดตัวทั้งที่ญี่ปุ่น สหรัฐ และอีกหลายประเทศ ขณะเดียวกัน ซีเจ กรุ๊ป ก็มองเห็นโอกาสที่จะขยายตลาดร้านอาหารเข้ามายังประเทศไทยด้วย
 
            ซีเจกรุ๊ปได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันได้เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบจากไทย เช่น น้ำตาล น้ำมันพืช อาหารทะเล แป้งมันสำปะหลัง ผัก และผลไม้ เช่น ข้าวโพด สับปะรด ให้แก่บริษัทแม่ในเกาหลี มียอดสั่งซื้อสินค้ากว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อสิ้นปีก่อน อีกทั้งยังเป็นผู้ประสานงานในการนำเข้าสินค้าประเภท ยา กิมจิ ซอสโกจูจัง เข้ามาป้อนตัวแทนจำหน่ายและผู้ใช้สินค้าในเมืองไทยด้วย รวมทั้งยังได้ร่วมทุนกับลักกี้ ยูเนี่ยน ฟู้ด ตั้งแต่ปี 2533 เพื่อผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ประเภทปูอัด
 
            นอกจากนี้ ยังรุกคืบเข้าไปในธุรกิจโฮมช้อปปิ้ง โดยร่วมทุนกับทางจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด ในการขายสินค้าผ่านทางจอทีวี โดยเน้นสินค้านำเข้ามาจากเกาหลีเป็นหลักกว่า 70-80% ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้านและครัวเรือน ขณะที่ธุรกิจบันเทิงและโรงภาพยนตร์ได้จับมือกับกลุ่มเมเจอร์ ให้บริการโรงภาพยนตร์สี่มิติ ออกอากาศรายการแชนเนล เอ็ม ทางเคเบิลทีวี และจัดคอนเสิร์ตศิลปินจากเกาหลีในเมืองไทย เนื่องจากมีความแข็งแกร่งในธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์และสื่อ จนก้าวเป็นผู้นำด้านการผลิตหนัง ละคร คอนเสิร์ต อันดับ 1 ของเกาหลีอยู่แล้ว ยังไม่รวมการให้บริการเกมออนไลน์ในเมืองไทยที่เริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี 2553
 
            รวมทั้งยังมี CJ Korea Express ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติก ขนส่ง และบริหารจัดการการขนส่งสินค้าครบวงจร ทั้งบริการให้เช่าคลังสินค้า รับเข้าและนำออกสินค้าจากท่าเรือ โดยมีคลังสินค้าขนาดใหญ่ให้เช่าที่แหลมฉบังและบางนาอีกด้วย จึงไม่แปลกหาก ซีเจกรุ๊ปจะรุกคืบเข้ามาในธุรกิจอื่นๆ ของไทยอีก โดยเฉพาะร้านเบเกอรี่และกาแฟที่น่าจะได้เห็นภายในปีนี้อย่างแน่นอน ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะเป็นการร่วมทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในไทยอย่างกลุ่มทรู จึงน่าจะเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองว่าร้านขนมสัญชาติเกาหลีจะสามารถฝ่าด่านเจ้าตลาดเดิมที่ค่อนข้างมีความแข็งแกร่ง และกระแสการแข่งขันที่น่าจะรุนแรงไปได้หรือไม่
 
            "อัน ฮอน ซู" ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของ ซีเจ กรุ๊ป กล่าวว่า แม้ขณะนี้การเมืองในประเทศไทยยังไม่นิ่ง แต่มองว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดีและมีศักยภาพมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน จึงถือเป็นตลาดค่อนข้างสำคัญ ล่าสุด ซีเจ กรุ๊ป จึงมีนโยบายที่จะเข้าไปลงทุนเปิดร้านเบเกอรี่และร้านกาแฟในเมืองไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เพราะเล็งเห็นว่าคนไทยในเมืองหลวงมีไลฟ์สไตล์เหมือนคนเกาหลีที่นิยมบริโภคเครื่องดื่มกาแฟ และจากกระแสรักสุขภาพน่าจะเป็นช่องทางให้ร้านเบเกอรี่เข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมาได้
 
            “เราสนใจเข้าไปลงทุนในเมืองไทยนานแล้ว แต่ยังหาพันธมิตรทางธุรกิจที่ลงตัวไม่ได้ ล่าสุดได้เริ่มต้นเจรจากันกับบริษัทขนาดใหญ่ในไทยเมื่อ 6 เดือนก่อนคาดว่าอีก 2-3 เดือนนี้น่าจะได้ข้อสรุปและเห็นความชัดเจน แม้ว่าในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มดังกล่าวจะมีคู่แข่งในตลาดเยอะ ทั้งโอบองแปง ยามาซากิ สตาร์บัคส์ แต่เรามั่นใจในคุณภาพของสินค้าทั้งวัตถุดิบที่เลือกสรรอย่างดีส่งตรงมาจากเกาหลี โดยสินค้าของซีเจจะคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภค เน้นความใหม่สดและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด ที่สำคัญราคาต้องสามารถแข่งขันได้”
 
            อย่างไรก็ตาม มองว่าธุรกิจอาหารยังไปได้ดีแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง อย่างที่ประเทศเกาหลีเอง แม้จีดีพีไม่ได้ขยายตัวมากนัก แต่ยอดขายกลุ่มอาหารก็ยังขยายตัวมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีสัดส่วนมากถึง 34% ของรายได้รวมในเครือที่ปิดยอดสิ้นปีก่อนในระดับ  2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในประเทศไทยเอง ทางซีเจยังมั่นใจในกำลังซื้อที่น่าจะกลับคืนมาโดยเร็ว จากปกติที่คนไทยมีกำลังซื้อที่ดีอยู่แล้วแต่อาจชะงักไปบ้างในช่วงนี้ โดยตั้งเป้าจะเปิดให้ได้ 70 สาขาภายใน 10 ปี และคาดหวังว่าภายใน 3 ปีจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในเมืองไทย
 
            ทั้งนี้ ในประเทศเกาหลีนั้น ร้านเบเกอรี่ดังกล่าวมีกว่าพันสาขาทั่วประเทศและเป็นร้านที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 ของหนุ่มสาวชาวกิมจิอย่างมาก โดยแต่ละวันมีสินค้าออกวางจำหน่ายมากมายและทำใหม่สดทุกๆ วันเหมือนชื่อของร้านที่เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "ทุกๆ วัน" สนนราคาสินค้ามีตั้งแต่หลักพันวอนไปจนถึงหลักหมื่นวอน จึงไม่แปลกที่ยอดขายเบเกอรรี่ของซีเจกรุ๊ปจะสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
 
            นอกจากนี้ จุดที่ทำให้ซีเจกรุ๊ปประสบความสำเร็จก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจอันดับต้นๆ ของเกาหลีและครองอันดับหนึ่งในธุรกิจอาหาร โฮมช็อปปิ้งและช็อปปิ้งออนไลน์ รวมไปถึงในธุรกิจบันเทิงและอื่นๆ เป็นเพราะซีเจกรุ๊ปเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดรับกับไลฟ์สไลต์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค รวมทั้งการเน้นพัฒนาบุคลากร โดยมีศูนย์ฝึกอบรมพนักงานของตัวเอง ซึ่งแต่ละปีพนักงานแต่ละคนต้องผ่านการอบรม 3-4 ครั้ง จากจำนวนพนักงานในเครือทั้งหมด 3 หมื่นคน หากรวมสาขาในต่างประเทศจะมีถึง 4.5 หมื่นคน ทำให้องค์กรมีความเข้มแข็งและพร้อมจะรุกคืบไปยังตลาดต่างประเทศ 
 
            "ซีเจกรุ๊ปตั้งเป้าว่าภายในปี 2020 หรืออีก 6 ปีข้างหน้าจะมีรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 70% จากปัจจุบันมีรายได้จากต่างประเทศเพียง 25% สะท้อนว่าในอนาคตตลาดต่างประเทศทั้งในเอเชีย สหรัฐ ยุโรปและทวีปอื่นๆ น่าจะเป็นเป้าหมายในการแผ่ขยายอาณาจักรทางธุรกิจของบริษัทสัญชาติเกาหลีอย่างไม่หยุดยั้ง"
 
            ปัจจุบันรายได้หลักของซีเจกรุ๊ปจะมาจากธุรกิจอาหารถึง 34% โฮมช็อปปิ้ง 17% พัฒนายาและอาหาร 18% ใกล้เคียงกับธุรกิจบันเทิงที่ระดับ 17%