น้ำมันดิบปรับลด หลังจากน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุด

 น้ำมันดิบปรับลด หลังจากน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุด 

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเนื่องจากนักลงทุนคาดว่าน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่จะประกาศโดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) และสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) จะแตะระดับสูงสุด ซึ่งคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 เม.ย. จะปรับเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 396 ล้านบาร์เรล โดยเป็นการปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ปรับเพิ่มขึ้น10 ล้านบาร์เรล
 
+ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงไม่มากนัก เนื่องจากมีแรงสนับสนุนจากเหตุการณ์รุนแรงที่มากขึ้นในภาคตะวันออกของประเทศยูเครน ซึ่งอาจะส่งผลให้เกิดการต่อต้านรัสเซียเพิ่มมากขึ้นจากประชาชนในภาคตะวันตกของยูเครน และอาจส่งผลให้รัสเซียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบที่ใหญ่มีสุด ไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบได้จากการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
 
- ยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ เดือน มี.ค. ปรับลดลง 0.2% สู่ระดับ 4.59 ล้านยูนิต ซึ่งตรงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และการปรับลดลงของยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ นี้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 20 เดือนหรือตั้งแต่ เดือน ก.ค. 55 ที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากราคาดอกเบี้ยสำหรับการกู้ซื้อบ้านไม่จูงใจ และมีปริมาณบ้านมือสองที่ออกขายสู่ตลาดลดลง
 
+ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซนเดือน เม.ย. ปรับเพิ่มขึ้น 0.6 จุด สู่ระดับ -8.7 จุด ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ -9.0 
 
 
 
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันเบนซินจากอินโดนีเซียลดลง ประกอบกับมีการผลิตน้ำมันเบนซินจากจีนเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังคงมีแรงสนับสนุนจากความต้องการจากสหรัฐฯ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และความต้องการจากตะวันออกกลางสำหรับเทศกาลถือศีลอด
 
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันดีเซลจากเคนย่าและแทนซาเนีย ประกอบกับอุปทานที่ตึงตัวเนื่องจากอยู่ในช่วงที่โรงกลั่นต่างๆ ในภูมิภาคปิดซ่อมบำรุง
 
ทิศทางราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้
                                                     
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 98 - 106 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 105-111 เหรียญฯ
 
ปัจจัยที่น่าจับตามองสัปดาห์นี้ 
 
เหตุการณ์รุนแรงในยูเครนตะวันออกที่คาดว่าจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังล่าสุดสหรัฐฯ ยุโรป รัสเซียและยูเครน มีมติให้แต่ละฝ่ายยุติความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ยังไม่น่าวางใจหลังกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียยังคงเดินหน้าบุกยึดสถานที่ราชการต่อไป
 
ตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ล่าสุดปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี หลังมีการนำเข้ามากขึ้น อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่คุชชิ่งยังคงลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี หลังมีการส่งน้ำมันไปขายยังโรงกลั่นในแถบอ่าวเม็กซิโกเพิ่มขึ้น
 
จับตาว่าลิเบียจะกลับมาเปิดใช้ท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบอีก 3 ท่าหลักทางตะวันออกได้อีกครั้งเมื่อไร หลังล่าสุดเปิดใช้ท่าเรือ Hariga ได้แล้ว โดยรัฐบาลกำลังตรียมหารือกับกลุ่มกบฎอีกครั้งเพื่อขอคืนท่าเรือส่งออกทั้งหมด โดยตลาดคาดว่าลิเบียจะกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้ราว 600,000 บาร์เรลต่อวัน หากท่าเรือทั้งหมดเปิดใช้งานจริง