ก.อุตฯ เล็งดีเดย์ 31 พ.ค. ออกกฎสั่งโรงงานรายงานข้อมูลกากฯ พร้อมระบุชื่อผู้รับบำบัดหากพบรายงานเท็จมีโทษสั่งปิด

 ปลัดอุตฯ แย้มเตรียมร่างกฎใหม่ควบคุมกากอุตสาหกรรมอันตราย สั่งโรงงาน 9.6 หมื่นรายต้องแจ้งข้อมูลรายละเอียด ผูกกับขั้นตอนการออก/ต่ออายุใบอนุญาตโรงงาน จี้ผู้ประกอบการเตรียมตัวหลัง 31 พ.ค. เอาแน่ !

     นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายประเสริฐ  บุญชัยสุข) ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากกากอุตสาหกรรม และให้มีการนำกฎหมายมาบังคับใช้ในการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน 
     “สิ่งที่คณะกรรมการฯ ชุดนี้ จะเข้ามาดำเนินการ คือ 1.รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรมของโรงงานทั่วประเทศ แยกเป็นรายโรงงานและรายประเภทอย่างเป็นระบบ 2.ร่างกฎระเบียบเกี่ยวกับการรับแจ้งประกอบกิจการโรงงาน การรับคำขอใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาต ให้สามารถควบคุมและตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันการแอบลักลอบทิ้ง 3.ทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในการควบคุมโรงงานผู้รับบำบัด กำจัด และผู้ขนส่งกากอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น ซึ่งทั้งสามประการต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2557” นายวิฑูรย์ กล่าว
     ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม เป็นการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภายในกระทรวงฯ ชุดใหญ่ถึง 28 คน โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อนำกากอุตสาหกรรมเข้าระบบ ตลอดจนแก้ไขการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอันตราย นอกจากนี้ ยังต้องจัดทำแผนงานจนถึงแผนแม่บทการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร และรายงานผลการดำเนินงานต่อปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทุก 15 วัน
     ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวต่อไปว่า “สิ่งแรกที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องการทราบ คือปริมาณกากอุตสาหกรรมที่แท้จริง โดยเฉพาะในส่วนที่อยู่นอกนิคมฯ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน มาตรการในการควบคุมและตรวจสอบกากอุตสาหกรรมของกระทรวงฯ วางแผนเชิงป้องกัน เป็น 2 ขั้นตอน ทั้งก่อนการอนุญาต และการตรวจติดตามผล ในเบื้องต้นมีแผนจะออกประกาศบังคับให้โรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ต้องระบุชนิด ปริมาณกากอุตสาหกรรม พร้อมระบุว่าจะมีวิธีการกำจัดอย่างไร กรณีที่มิได้กำจัดเอง จะนำออกนอกโรงงานส่งให้ผู้รับกำจัดรายใด โดยเพิ่มเป็นเงื่อนไขหนึ่งในขั้นตอนการแจ้งประกอบกิจการโรงงานสำหรับโรงงานจำพวก 2 และขั้นตอนการขอรับใบอนุญาตและต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวก 3 เป็นผลให้โรงงานจำพวก 2 จำนวน 17,736 ราย และโรงงานจำพวก 3 จำนวน 78,302 ราย ต้องนำข้อมูลกากอุตสาหกรรมเข้าระบบตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบทั้งทางด้านกฎหมายที่กระทรวงอุตสาหกรรมจะกำกับดูแลได้ และสังคมจะได้ร่วมสอดส่องดูแลด้วย” 
     หลังจากได้รับข้อมูลกากอุตสาหกรรมและการกำจัดของโรงงาน เจ้าหน้าที่ฯ จะทำการตรวจสอบกับบริษัทรับกำจัด ว่า โรงงานได้มีการส่งกากอุตสาหกรรมมาบำบัดเป็นไปตามที่แจ้งไว้หรือไม่ หากปริมาณ/ชนิดกากอุตสาหกรรมที่ส่งแตกต่างกันมาก และไม่ปรากฏหลักฐานการขนส่งของเสีย จะถือเป็นการส่อเจตนาให้เห็นว่า โรงงานจงใจหลีกเลี่ยง จะมีโทษถึงปิดโรงงานสำหรับโรงงานจำพวกที่ 2 หรือเพิกถอนใบอนุญาตสำหรับโรงงานจำพวกที่ 3