หวั่นพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง

 หวั่นพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาวัสดุก่อสร้าง 

นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างในพื้นที่จ.เชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงที่เกิดแผ่นดินไหว จนทำให้บ้านเรือนประชาชน และสถานที่สำคัญได้รับความเสียหาย เพราะหลังจากที่สถานการณ์แผ่นดินไหวคลี่คลาย ประชาชนจำเป็นต้องซ่อมแซมบ้านเรือน จึงต้องการใช้วัสดุก่อสร้างจำนวนมาก
 
“การออกตรวจสอบ เพื่อให้มีปริมาณสินค้าเพียงพอต่อความต้องการใช้ ไม่ให้ขาดแคลน และเกิดการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมประชาชนมาก”
 
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง กรมฯ ได้เรียกประชุมกับบริษัทผลิตวัสดุก่อสร้างทั้งหมด ให้ตรวจสอบร้านค้าตัวแทนจำหน่าย (เอเยนต์) ในจังหวัดที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว หากตรวจพบว่าร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใด ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้ากรมฯ จะลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุดคือ จำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ รวมทั้งให้บริษัทผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่เป็นบริษัทแม่ของร้านตัวแทนรายนั้น ตัดสิทธิ์โควตาจำหน่ายสินค้า
 
นอกจากนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดที่ได้รับภัยแผ่นดินไหวด้วย เพื่อไม่ให้ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าเช่นเดียวกัน ซึ่งประชาชนรายใดที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือพบเห็นพฤติกรรมการจำหน่ายสินค้าเกินกว่าราคาปกติ ขอให้แจ้งสายด่วน 1569 หรือค้าภายในจังหวัด กรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทันที หากพบว่ามีการกระทำผิด ก็จะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ ในจ.เชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง ลงพื้นที่ดูแลราคาสินค้า พร้อมทั้งตรวจสอบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับคลังสินค้ารายอื่น ๆ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือกักตุนสินค้าในภาวะที่ประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อน
 
ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หากมีการกักตุนสินค้าจนทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
 
“เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จ.เชียงราย กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า จะไม่มีผลกระทบต่อการค้าชายแดน เพราะเส้นทางที่เป็นโลจิสติกส์สำคัญ ยังคงใช้การได้ดี ซึ่งการค้าชายแดนที่เชียงรายช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีมูลค่ากว่า 9,922 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.93%”
 
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ประเมินความเสียหายด้านเศรษฐกิจ 2,000 ล้านบาท โดยความเสียหาย มีถนน วัดเพียงบางแห่ง และบ้านเรือนบางส่วนแต่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมธุรกิจขนาดใหญ่เสียหาย อย่างไรก็ตามผลกระทบจะเกิดขึ้นในเชิงจิตวิทยา เช่น ในระยะสั้นจะทำให้คนชะลอการไปเที่ยวเชียงราย เชียงใหม่
 
ส่วนผลกระทบในระยะยาวนั้นจะมีผลทั้งด้านบวกและลบ โดยด้านบวกจะทำให้เกิดการปรับตัวทางเศรษฐกิจ และการหาองค์ความรู้เรื่องนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาแผ่นดินไหว เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย และจะทำให้มีการปรับปรุงด้านการก่อสร้างให้รองรับแผ่นดินไหวมากขึ้น ขณะที่ผลด้านลบจะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้นและคนอาจจะไม่กล้าซื้อคอนโดมิเนียม
 
“ในส่วนของจ.เชียงราย นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ประเมินความเสียเสียหายหลังเกิดเหตุการแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ใเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 46 หลัง เสียหายบางส่วน 6,142 หลัง และมีชาวบ้านเดือนร้อนกว่า 54,000 คน”