ทล.ยันขยายทางหมายเลข 304 ไม่กระทบ”เขาใหญ่”เป็นมรดกโลก

     ทล.ยันขยายทางหมายเลข 304 ไม่กระทบ”เขาใหญ่”เป็นมรดกโลก

   นายชัชวาลย์  บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการในขยายทางหลวงหมายเลข 304 (กบินทร์บุรี – ปักธงชัย ) ในช่วง กม. 26+000  ถึง 29+000 และ กม. 42+000 ถึง 57+000  ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ในอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นบัญชีเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เมื่อปี 2548   ว่า ทางหลวงสายดังกล่าว มีระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร มีความกว้างเขตทาง 80 เมตรตลอดสาย เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการรองรับการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) ซึ่งในปัจจุบันมีปริมาณจราจรคับคั่ง และมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง ปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวเป็น 4 ช่องจราจรเกือบตลอดทั้งสาย ยกเว้นในช่วง กม. 26+000 ถึง 29+000 และ กม. 42+000 ถึง 57+000  ยังคงเป็น 2 ช่องจราจร  ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ประเทศไทยดำเนินการจัดทำแนวเชื่อมต่อทางนิเวศวิทยา (Ecological Corridor) สำหรับผืนป่าด้านตะวันออกและด้านตะวันตก ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและป้องกันปัญหารถชนสัตว์ป่าและเพื่อให้เป็นการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและชนิดพันธุ์ที่มีความสำคัญในพื้นที่แห่งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมการมรดกโลก กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินงาน

 
นายชัชวาลย์ กล่าวว่า ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมทางหลวงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนจึงได้กำหนดให้มีการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการศึกษา โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการเพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 
สำหรับรูปแบบในช่วงดังกล่าว  พบว่ารูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการเชื่อมผืนป่า ได้แก่ แนวทางเชื่อมผืนป่าแบบผสมผสาน ซึ่งประกอบด้วยถนนระดับดินขนาด  4 ช่องจราจร กั้นรั้วตลอดแนวสองฝั่งถนน 4 ช่วง  (ระยะทางรวม 2.41 กิโลเมตร) ทางยกระดับ 1 ช่วง (ระยะทาง 570  เมตร) และอุโมงค์ทางหลวงชนิดตัดดินและถมกลับ 2 จุด (รวมระยะทาง 430 เมตร) และรูปแบบในช่วงกม. 42+000 ถึง 57+000   มีรูปแบบได้ออกแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ความกว้างของช่องจราจร 3.5 เมตร มีไหล่ทางกว้าง 2.5 เมตร ใช้กำแพงคอนกรีตกั้นแบ่งทิศทางการจราจร ใช้ถนนเดิมเป็นคันทางของทิศทางจราจรด้านขาขึ้นและขยายคันทางใหม่ไปด้านขวา  คันทางเป็นรูปแบบต่างระดับ  (Separate Grade) และในช่วง กม.48+600 – กม.57+000  ได้ออกแบบเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร  ความกว้างของช่องจราจร 3.5  เมตร  มีไหล่ทางกว้าง  2.5  แบ่งทิศทางการจราจรโดยเกาะกลางแบบยก  มีความกว้าง  5  เมตร  ใช้คันทางเดิมเป็นทางขาขึ้นและขยายคันทางไปทางด้านขวาเพื่อเป็นคันทางขาลง 3 ช่องทางหยุดรถฉุกเฉิน  (Emergency  Escape  Ramps)  มีการปรับปรุงช่องทางหยุดรถฉุกเฉินเดิมบริเวณ กม.48+000  ให้มีความยาวมากกว่าเดิม จาก 100  เมตร เป็น 200  เมตร  และเพิ่มช่องทางหยุดรถฉุกเฉินอีก  1  แห่ง  บริเวณ  46+050  มีความยาว  260  เมตร  การออกแบบจุดกลับรถ  (U-Turn)  และสะพานลอยคนข้าม  กำหนดให้มีจุดกลับรถ  6  แห่ง  ได้แก่  บริเวณจุดเริ่มต้นโครงการ (กม.42+100), บริเวณทางเข้าผางามรีสอร์ท (กม.47+950),  บริเวณใกล้ห้วยซับบอน  (กม.50+725),  บริเวณบ้านแสนสุข  (กม.52+800), บริเวณโรงเรียนบ้าน กม.80 (กม.54+300) และบริเวณทางแยกไปเขาแผงม้า (กม.55+250)  และกำหนดให้มีสะพานลอยคนข้าม 2 แห่ง  ได้แก่ บริเวณโรงเรียนบ้าน กม.80 (กม.54+550) และบริเวณโรงเรียนบ้านศาลเจ้าพ่อ  (กม.55+900)   รูปแบบทางสัตว์ผ่าน  กำหนดให้มีการก่อสร้างถนนเป็นทางยกระดับให้รถยนต์วิ่งด้านบนและสัตว์ป่าเดินลอดด้านใต้ในบริเวณ  กม.  42+600 – กม.42+930  โดยออกแบบให้เป็นทางยกระดับลักษณะเป็นสะพานสองสะพานคู่กัน  โดยสะพานแต่ละฝั่งมีช่องทางรถยนต์สองช่องจราจร  มีความกว้าง  3.5  เมตรต่อหนึ่งช่องทาง  มีช่องทางจักรยานยนต์ 1 ช่องทาง  กว้าง  2.5  เมตร  ทางเท้ากว้าง  1  เมตร  และติดตั้งแผงป้องกันเสียงดังรบกวนจากยานพาหนะต่อสัตว์ป่าตั้งแต่  กม. 42+00 – กม.43+080  รวมทั้งออกแบบให้มีทางข้ามสำหรับสัตว์ที่อาศัยเรือนยอดต้นไม้หรือสะพานลิง  ด้านใต้ทางยกระดับของโครงการบริเวณกม.42+750 และกม.42+8004.
 
ทั้งนี้ สถานะปัจจุบันของทั้งสองโครงการ  ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการแล้ว และอยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ได้ดำเนินการออกแบบแล้วเสร็จ และได้บรรจุโครงการไว้ในแผนเสนอของงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2558