เอสเอ็มอีร่อแร่ – มาตรการใช้เงินช่วยเหลือสะดุด

 เอสเอ็มอีร่อแร่ – มาตรการใช้เงินช่วยเหลือสะดุด

          นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการเงินต่างๆ ต้องชะลอไปก่อน เพราะต้องเสนอผ่านคณะกรรมการ สสว. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่ขณะนี้ยังไม่มีนายกฯ โดยเฉพาะมาตรการชดเชยส่วนต่างอัตราค่าธรรมเนียมประกันสินเชื่อ 1.75% ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ตามที่ สสว.ได้หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว ซึ่งหากมีการแต่งตั้งนายกฯ เป็นทางการแล้ว สสว.จะเสนอให้นายกฯ เข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอีโดยเร็วที่สุด ในขณะนี้ สสว.อยู่ระหว่างช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในทุกๆ ด้าน ที่ยังสามารถทำได้ เพราะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นส่วนสำคัญของประเทศ คิดเป็น 98% ของผู้ประกอบการทั้งระบบ หากมีปัญหาจะส่งผลทั้งเศรษฐกิจทั้งระบบ ส่วนเรื่องการใช้เงินของกองทุนเอสเอ็มอี ซึ่งต้องให้บอร์ด สสว.อนุมัติใช้เงิน ยังไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าจะมีนายกฯ เช่นกัน ขณะเดียวกัน สสว.อยู่ระหว่างหามาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีในกลุ่มท่องเที่ยว และบริการ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในขณะนี้ 

 
          อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีนั้นจะต้องเร่งหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนให้กับเอสเอ็มอีโดยเร็ว และจะต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำได้ง่าย รวมทั้งจะต้องให้ความช่วยเหลือด้านการตลาด ส่วนผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองที่ต่อเนื่องมายาวนานนั้น คาดว่าในไตรมาส 1 - 2 จะทำให้เอสเอ็มอีภาคการผลิตจะปิดกิจการประมาณ 5,000 ราย ซึ่งน่าจะสูงกว่าปีที่ผ่านมา