ค่ายรถยนต์ลดกำลังการผลิตรับตลาดซบ โตโยต้า-มิตซูบิชิ-นิสสัน-ฮอนด้าโอดต่ำสุดในรอบหลายปี

 

 

  ตลาด รถยนต์ยังทรุดต่อเนื่อง ประธานหอการค้าญี่ปุ่นฟันธงทั้งปีขายได้แค่ 9 แสนคัน เผยตัวเลขผลิตรถยนต์ 4 เดือนแรกลดฮวบเกือบ 50% หลังค่ายรถเบรกกำลังผลิต โตโยต้า-มิตซูบิชิ-นิสสัน-ฮอนด้า โอดต่ำสุดในรอบหลายปี

 
แหล่งข่าวจากที่ประชุมหอการค้าญี่ปุ่น หรือเจซีซี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในการประชุมสมาชิกหอการค้าญี่ปุ่นครั้งล่าสุด ได้มีการหารือถึงยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งนายเคียวอิจิ ทานาดะ ในฐานะประธานหอการค้าญี่ปุ่น และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ยอดขายรวมรถยนต์ปี 2557 น่าจะเหลือแค่ 9 แสนคัน จากเดิมที่ประเมินกันว่าจะมีมากกว่าล้านคัน
 
แหล่งข่าวกล่าว อีกว่า ประธานในที่ประชุมยังแนะนำให้แต่ละค่ายเร่งมือกระตุ้นตลาด เนื่องจากมองว่ากำลังซื้อในตลาดยังมี เพียงแต่ผู้บริโภคขาดมู้ดในการจับจ่ายเท่านั้น
 
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานเพิ่มเติมว่า สอดคล้องกับสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งประเมินตลาดในระดับใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เนื่องจากมีสัญญาณการลดกำลังผลิตจากค่ายรถยนต์ส่งมายังผู้ผลิตชิ้น ส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นต้นมา คำสั่งซื้อชิ้นส่วนเพื่อนำไปประกอบรถยนต์ของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ลดลงจากเดิมมาก ทั้งนี้เป็นผลเนื่องจากค่ายรถยนต์พยายามบริหารจัดการสต๊อกรถยนต์ที่มีอยู่ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
 
"ค่ายรถยนต์ใหญ่ ๆ ลดกำลังผลิตลงไปกว่า 50% แล้ว โตโยต้า มิตซูบิชิก็ลดเยอะ ส่วนบางค่ายซึ่งเป็นรายเล็ก ๆ ก็อาจจะขยับลดลงไปถึง 70%"
 
นาย พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สภาพตลาดรถยนต์ในประเทศไทยหดตัวเยอะ ฮอนด้าประเมินยอดรวมน่าจะอยู่แค่ล้านคันหรือต่ำกว่า ทั้งนี้เป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากการดึงดีมานด์ไปใช้ล่วงหน้าถึง 2 ครั้งจากโครงการนโยบายรถยนต์คันแรก และการทำแคมเปญกระตุ้นของทุกค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาประกอบ กับความไม่ชัดเจนทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเมือง ยังได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจซื้อรถยนต์คันใหม่ของ ผู้บริโภค
 
สำหรับฮอนด้าเองนั้น ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้แค่ 160,000 คัน ซึ่งยังคงมีความมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งเป้าไว้ เนื่องจากบริษัทเตรียมส่งรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นไมเนอร์เชนจ์ออกสู่ตลาด เชื่อว่าจะเป็นการช่วยกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี
 
ทั้งนี้ ฮอนด้าได้ปรับลดกำลังการผลิตมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับดีมานด์ของ ตลาด โดยคาดว่าปีทั้งปีนี้ฮอนด้าจะมีการใช้กำลังผลิตรถยนต์เพียงแค่ 60% ของกำลังผลิตทั้งหมดที่ 300,000 คันต่อปี
 
ด้านความคืบหน้าของโรงงาน ผลิตรถยนต์ฮอนด้าแห่งที่ 2 จังหวัดปราจีนบุรี ขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างและการลงทุนต่าง ๆ ยังคงเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ เพียงแต่ในส่วนของแผนการเปิดไลน์ผลิต เดิมฮอนด้าคาดว่าจะเปิดราวเดือนเมษายน 2558 ตอนนี้ตัดสินใจเลื่อนแผนงานดังกล่าวออกไปอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อรอดูสถานการณ์และประเมินความพร้อมของตลาดรถยนต์โดยรวม
 
พร้อม กันนี้นายพิทักษ์ยืนยันว่า โรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 2 ของฮอนด้า ไม่มีผลต่อการเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์เฟส 2 แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการลงทุนคนละส่วน
 
เช่นเดียวกับนายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวยอมรับกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สภาพตลาดรถยนต์โดยรวมในขณะนี้ ถือเป็นช่วงของการปรับฐานที่ควรจะเป็น ตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นต้นมาจะเห็นภาพของการระบายสต๊อกของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ทั้งความพยายามที่จะรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ทำให้เกิดการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง
 
สำหรับนิสสัน ไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดไปพอสมควร ลดสต๊อกให้สมดุล ประกอบกับขณะนี้โรงงานอยู่ระหว่างการปรับปรุง เตรียมความพร้อม และปรับย้ายไลน์ผลิต ทั้งบุคลากร เครื่องจักรสำหรับโรงงานแห่งใหม่ที่ขณะนี้เริ่มทดลองประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ไป บ้างแล้ว ซึ่งถือเป็นจังหวะดีของนิสสัน
 
สำหรับสถานการณ์ของตลาดโดย รวม นายประพัฒน์ยังยืนยันเช่นเดิมตั้งแต่ต้นปีว่า นิสสันเชื่อยอดขายรถยนต์โดยรวมปีนี้จะอยู่ระดับ 1 ล้านคัน และนิสสันเองจะต้องทำยอดขายไม่ต่ำกว่า 100,000 คัน
 
ด้านนายวิชัย จิราธิยุต ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเมืองทำให้ตลาดรถยนต์ชะลอตัว ประเมินว่าในกรณีที่แย่ที่สุดนั้นจะทำให้ยอดการผลิตน่าจะหดตัวลง 5-10% จากปีที่ผ่านมาที่ประเทศไทยมีกำลังการผลิตรวม 2.45 ล้านคัน
 
สำหรับ สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น คาดว่าน่าจะได้ข้อยุติภายในไตรมาสที่สองนี้ ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังผู้ผลิตรถยนต์แต่ละค่ายต้องเร่งสปีดเพิ่มยอดขายและ ยอดผลิตมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้รับผลกระทบทั้งปีน้อยที่สุดและจากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการใน อุตสาหกรรมยานยนต์หลายรายยังมองว่า แม้จะมีปัจจัยลบในปีนี้ แต่ก็น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น เพราะภาพรวมตลาดในระยะ 3-5 ปี ประเทศไทยยังมีศักยภาพแข็งแกร่งในอาเซียน และมองว่าตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดเดียวกันที่ความต้องการรถยนต์ยังมีสูง นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานยอดการผลิตรถยนต์ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามียอดผลิตทั้งสิ้น 2.97 แสนคัน ลดลง 43.1%
 
ขณะ ที่เดือนเมษายนมีการผลิต 73,242 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 33.2% เป็นผลจากการสิ้นสุดการส่งมอบรถยนต์คันแรก ภาวะเศรษฐกิจ และการเมือง
 
ขณะ ที่หอการค้าญี่ปุ่น (เจซีซี) รายงานยอดขายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นประจำเดือนเมษายน 2557 ว่า มียอด 71,516 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 34% จาก 108,336 คัน แบ่งเป็นปิกอัพ 30,214 คัน จากปีก่อนขายได้ 48,052 คัน, ซีคาร์ 6,112 คัน จากปีก่อนขายได้ 10,593 คัน, บีคาร์ (รวมอีโคคาร์) 20,443 คัน จากปีก่อนขายได้ 31,336 คัน และอื่น ๆ 14,747 คัน เพิ่มขึ้นจากเมษายนปีก่อนที่ทำได้ 11,168 คัน