4 เดือนแรกกับภาวะสินเชื่อ

 4 เดือนแรกกับภาวะสินเชื่อ ยังไม่ไปไหน-ยังต้องคุมเอ็นพีแอล 

 
                          จากการรายงานภาวะสินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีการเปิดเผยออกมาประจำเดือนเมษายน 2557 เห็นได้ว่าสินเชื่อแทบจะไม่โต โดยขยับขึ้นเพียง 0.06% จากเดือนที่ผ่านมาหรือราว 5,600 ล้านบาท และเมื่อเรามาดูในช่วง 4 เดือนปี 2557 แล้วจนถึงขณะนี้มีการเติบโต 0.58% แน่นอนว่าในบรรยากาศแบบนี้ความต้องการสินเชื่อจะยังคงซบเซาตามบรรยากาศเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไปยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเป็นอย่างมาก 
 
                          ประการต่อมาคือผู้บริหาร ธนาคารกลาง หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย “ธปท.” ได้ออกมาระบุว่า ขณะนี้เรื่องของการอุปโภค บริโภคส่วนบุคคลยังคงต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุว่ายอดของหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล มีการเพิ่มแม้ว่าจะเล็กน้อย ผู้บริหารท่านดังกล่าวได้ระบุในการให้ข่าวว่า "การทำนโยบายการเงินและการกำกับดูแลสถาบันการเงินนั้น ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการดูแลเศรษฐกิจภาคการผลิต การค้า อุตสาหกรรมและภาคสถาบันการเงินควบคู่กันไป อีกอย่างผู้ให้กู้อย่างธนาคารพาณิชย์และลูกค้าในฐานะผู้กู้ต่างระมัดระวังมากขึ้น 
 
                          ดังนั้น ถ้าหากคุมเข้มมากไปเพื่อให้หนี้เสียเกิดน้อยแบบเข้มข้น คัดกรองมาก ปล่อยกู้ยากเกินไป ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยให้แย่ไปอีกจากปัจจุบันที่ยังไม่ดีนัก เพราะถ้าปล่อยน้อยไปจะทำให้การบริโภคและการลงทุนน้อยตามไปด้วย การฟื้นตัวอย่างที่หวังก็ทำได้น้อยลงไป การไปส่งสัญญาณให้คุมเข้มมากขึ้นจะทำให้ยิ่งชะลอลงไป จึงเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะออกมาตรการเพื่อช่วยดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ (Macro Prudential) ในเรื่องนี้" 
 
                          ตัวเลขของเอ็นพีแอล ที่เพิ่มขึ้นชัดเจนจากรายงานข่าวพบว่าเพิ่มขึ้น 1.41 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกภาคธุรกิจและเอ็นพีแอล ในจำนวนนี้เป็นการเพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลมากที่สุด 7,410 ล้านบาท หรือทั้งนี้ธุรกิจอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลมีสัดส่วนสินเชื่อในระบบค่อนข้างสูงคิดเป็น 30.4% ต่อสินเชื่อรวม
 
                          สำหรับในไตรมาสแรกของปีนี้ พบว่า สินเชื่อทุกกลุ่มในหมวดอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น สินเชื่อบัตรเครดิตมากสุด 3.3% จากเดิมในไตรมาสก่อน 2.6% สินเชื่อส่วนบุคคล 2.6% เดิม 2.2% สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 2.4% เดิม 2.3% และสินเชื่อรถยนต์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.2% จากเดิม 2.0% นอกจากนี้ จากการให้ข้อมูลฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่าการเพิ่มขึ้นเอ็นพีแอลในไตรมาสนี้ เนื่องจากสินเชื่อการอุปโภคบริโภคและสินเชื่อสำหรับ SMEs เป็นหลัก 
 
                          อีกทั้งสินเชื่อที่มีการค้างชำระหนี้ไม่เกิน 3 เดือน พวกที่เรียกว่าลูกหนี้ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษได้ตกชั้นมาเป็นหนี้เอ็นพีแอลมากขึ้น ในส่วนนี้ผู้เขียนเห็นว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยเรามีความมั่นคงและความสามารถรองรับปัญหาได้แน่นอน เพราะต่างมีกันชน มีสำรองไว้สูงมาก