ส่งออกไทยหืดจับเม.ย.ติดลบ 0.87% ต่ำสุดรอบ24เดือน-พณ.เล็งชงคสช.ปรับเป้าปีนี้

 ส่งออกไทยหืดจับเม.ย.ติดลบ 0.87% ต่ำสุดรอบ24เดือน-พณ.เล็งชงคสช.ปรับเป้าปีนี้

   นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนเม.ย.2557 ยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยมีมูลค่า 17,249.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.ปีก่อน คิดเป็นลดลง 0.87% รวม 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย. 2557) การส่งออกมีมูลค่า 73,460.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.97% จากช่วงเดียวกันปีก่อนโดยเป็นการชะลอตัวในอัตราที่ลดลงเป็นลำดับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2556 โดยมูลค่าการส่งออกต่ำสุดในรอบ 24 เดือนหรือ 2 ปี 
   ขณะที่การนำเข้าเดือนเม.ย.2557 มีมูลค่า 18,702.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 14.54% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ระยะ 4 เดือน มีมูลค่า 74,208 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 15.19% ส่งผลให้ดุลการค้าระหว่างประเทศเดือน เม.ย.2557 ขาดดุลรวม 1,453.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระยะ 4 เดือน ขาดดุลรวม 747.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
   ทั้งนี้ การส่งออกที่ลดลงต่อเนื่องในเดือนเม.ย. เกิดจากการลดลงของการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรมเป็นหลัก ซึ่งภาพรวมลดลง 7.2% โดยเฉพาะยางพารา กุ้ง และน้ำตาล โดยยางพาราส่งออกลดลงสูงถึง 27.4% สาเหตุมาจากราคายางในตลาดโลกที่ลดลงถึง 40% คือ ลดลงจาก 3,675 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เหลือ 2,200 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน แต่ปริมาณการส่งออกไม่ได้ลดลงนัก
     ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมในภาพรวมลดลง 0.2% ซึ่งมาจากการส่งออกทองคำ ที่ขึ้นอยู่กับราคาทองเป็นหลัก กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ การส่งออกยังติดลบซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศอันเป็นผลจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อน จึงคาดว่ากลุ่มนี้การส่งออกจะติดลบอีกระยะ 
      ในครึ่งปีแรกยังมั่นใจว่าการส่งออกจะเติบโตได้ 2-3% เนื่องจากปกติการส่งออกช่วงไตรมาส 2 จะดีกว่าไตรมาสแรก เห็นได้จากคำสั่งซื้อใหม่ๆ เริ่มมีเข้ามามากขึ้นในช่วงเดือนพ.ค. รวมทั้งสัญญาณในด้านราคาสินค้าส่งออกมีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจของตลาดส่งออกหลักมีแนวโน้มที่ดีขึ้น? นางนันทวัลย์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ปัญหาและปัจจัยต่างๆ ที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ซึ่งมีผลต่อการส่งออกของไทย เพื่อนำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่วนจะมีการปรับเป้าหมายการ ส่งออกหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับนโยบายอีกครั้งจากปัจจุบันยังคงคาดการณ์การส่งออกของไทยปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 5% ภายใต้สมมติฐานของเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.6-3.7% ราคาสินค้าวัตถุดิบอุตสาหกรรมโลกสูงขึ้น 1.3% อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 31.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ