'บางจาก' ขอศึกษานำข้าวเสื่อมผลิตเอทานอล คุ้มค่าหรือไม่

 'บางจาก' ขอศึกษานำข้าวเสื่อมผลิตเอทานอล คุ้มค่าหรือไม่

"บางจาก" รับลูกแนวคิดบอร์ด ปตท.นำข้าวเสื่อม 1 แสนล้านตันผลิตเอทานอล ชี้อยู่ระหว่างศึกษาความคุ้มค่า ขณะที่บอร์ด ปตท.จ่อถกความชัดเจนอีกครั้ง ต้องเป็นราคาที่รับซื้อได้ ก่อนเสนอนบข.พิจารณา...
 
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท บางจากฯ อยู่ระหว่างการศึกษาสัดส่วนแป้งมัน ที่ได้จากข้าวเสื่อมคุณภาพในโครงการของภาครัฐ มาผลิตเป็นเอทานอลจะคุ้มค่าหรือไม่ พร้อมเสนอให้ภาครัฐมีนโยบายยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน 95 และส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ทดแทน เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์ทุกยี่ห้อ สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 ได้แล้ว เพื่อส่งเสริมการใช้เอทานอลให้มากขึ้น
 
ทั้งนี้ บริษัท บางจากฯ ได้เข้าซื้อหุ้นในโรงงานเอทานอล จังหวัดฉะเชิงเทรา ในสัดส่วนร้อยละ 85 มีมูลค่า 765 ล้านบาท จากบริษัท สีมาอินเตอร์โปรดักส์ ที่มีกำลังการผลิตเอทานอล 150,000 ลิตรต่อวัน คาดว่าจะช่วยให้บางจากมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา หรือ อีบิทด้า (EBITDA) เพิ่มขึ้นอีกปีละ 160 ล้านบาท
 
นอกจากนี้ บริษัท บางจากฯ ยังได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท นิโด้ ปิโตรเลียม (Nido Petroleum) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สัดส่วนร้อยละ 19.66 มูลค่า 22.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ ประมาณ 670 ล้านบาท และการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้จะทำให้บริษัท บางจากฯ มีวัตถุดิบเป็นของตนเอง และดำเนินธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัท บางจากฯ ตั้งเป้าอีบิทด้าที่ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจโรงกลั่น และสถานีบริการน้ำมันร้อยละ 7 ส่วนที่เหลือมาจากเอทานอลและโรงไฟฟ้า
มีรายงานว่า แนวคิดในการนำข้าวเสื่อมคุณภาพไปผลิตเป็นเอทานอล นั้นเป็นการเสนอของนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหนึ่งในบอร์ด ปตท. และเป็นประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว โดยต้องการลดค่าใช้จ่ายค่าเช่าโกดัง
 
เบื้องต้นได้มีการหารือในที่ประชุมบอร์ด ปตท. ที่ผ่านมา ซึ่งมีความสนใจและได้รับหลักการ ก่อนจะมีการหารืออีกครั้งในการประชุมบอร์ด ปตท.ครั้งต่อไป เพื่อพิจารณาราคารับซื้อข้าวเสียประมาณ 1 แสนล้านตันในราคาที่ ปตท.รับซื้อได้ แบบรัฐต่อรัฐ และต้องมีความคุ้มค่ากับค่าต้นทุนการผลิตเอทานอล เนื่องจากราคาข้าวเสียมีความเสี่ยงด้านราคาต่ำกว่า 20% ของราคาข้าวปกติ ทั้งนี้ หากบอร์ด ปตท.ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จะมีการเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายข้าว (นบข.) ต่อไป.