คปภ. ปรับกรมธรรม์ภัยพิบัติใหม่คุ้มครอง 10 ภัย ดีเดย์ 1 ม.ค. 58

 คปภ. ปรับกรมธรรม์ภัยพิบัติใหม่คุ้มครอง 10 ภัย ดีเดย์ 1 ม.ค. 58 

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เปิดเผยว่า  คณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติมีมติปรับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติของกองทุนฯ ในกลุ่มบ้านที่อยู่อาศัยใหม่ โดยให้ออกเป็นกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองทั้งหมด 10 ภัย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1  ม.ค.58 เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น
 
สำหรับการคิดเบี้ยประกันภัยใน 6 ภัยแรก คือ ไฟไหม้  ฟ้าผ่า ระเบิด  ยานพาหนะ อากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำความคุ้มครองคิดตามความเสียหายจริง แต่วงเงินคุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาท   แต่ถ้าเสียหายจากภัยธรรมชาติ  ทั้งลมพายุ   น้ำท่วม แผ่นดินไหว และลูกเห็บจำกัดวงเงินคุ้มครองไว้ที่ 20,000 บาท   โดยบ้านราคา 1 ล้านบาทคิดเบี้ยประกัน 910 บาท
 
“สาเหตุที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบกรมธรรม์ใหม่  เนื่องจากประชาชนสับสนเรื่องความคุ้มครอง  เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงรายไม่เข้าข่ายภัยพิบัติ ไม่สามารถเคลมสินไหมได้ แต่ประชาชนที่ซื้อประกันภัยพิบัติมองว่ากองทุนฯควรจะจ่ายค่าสินไหมต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น   ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาบ้านที่อยู่อาศัยที่ซื้อประกันอัคคีภัยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.58 จะได้รับความคุ้มครองภัยธรรมชาติทุกระดับ”
 
ส่วนกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กหรือเอสเอ็มอี   และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติยังเหมือนเดิม  โดยเอสเอ็มอีที่มีทรัพย์สินน้อยกว่า 50 ล้านบาท คิดอัตราเบี้ยประกันที่ 1% ต่อปี ของวงเงินคุ้มครอง  และภาคอุตสาหกรรม คิดเบี้ยที่ 1.25% ของวงเงินความคุ้มครอง และจำกัดความรับผิดไว้ที่ 30% ของทุนประกันภัยทรัพย์สิน เช่น ประกันภัยทรัพย์สิน 100 ล้านบาท จะจำกัดวงเงินความคุ้มครองเพียง  30 ล้านบาท
 
 ทั้งนี้จากข้อมูลของกองทุนฯ พบว่า  ณ  ตั้งแต่เปิดกองทุนฯปี 55 จนถึง 7 ส.ค. 57 มีบ้านที่อยู่อาศัยทำประกันภัยพิบัติจำนวน 1.36 ล้านราย ทุนประกันภัย  61,000  ล้านบาท เบี้ยรวมอยู่ที่  306 ล้านบาท มีการส่งประกันภัยต่อเข้ามาที่กองทุนฯ เป็นทุนประกันภัย 17,800 ล้านบาท ที่เหลือบริษัทประกันภัยรับความเสี่ยงไว้เอง  ขณะที่เอสเอ็มอีมีการทำประกันภัยพิบัติจำนวน 19,000  ราย วงเงินความคุ้มครอง 2,374 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรวม 24 ล้านบาท มีการส่งประกันต่อมาที่กองทุนฯ เป็นทุนประกันภัย 2,082 ล้านบาท ที่เหลือรับความเสี่ยงไว้เอง และอุตสาหกรรม ทำประกันภัยพิบัติ 975ราย วงเงินความคุ้มครอง 3,373 ล้านบาท และส่งประกันต่อมาที่กองทุนฯ จำนวน 3,298 ล้านบาท