ส่งออกเดี้ยงหวังรัฐเร่งเบิกจ่าย

 ส่งออกเดี้ยงหวังรัฐเร่งเบิกจ่าย

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้ประเมินว่าภาคการส่งออกปีนี้ของประเทศไทย จะขยายตัวสูงสุดได้ไม่เกิน 1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ก็จะเติบโตเพียง 1.5% เท่านั้น แต่ยังมีลุ้นว่าจีดีพีในปีนี้ก็อาจมีโอกาสเติบโตได้ 2% หากรัฐบาลสามารถใช้เวลา 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศให้ฟื้นตัว โดยเฉพาะการเร่งรัดเบิกจ่าย งบประมาณ ในไตรมาสแรกของปี 2558 (ต.ค.-ธ.ค.) ที่วางไว้ 30% หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 700,000 ล้านบาทได้ตามเป้าหมาย
 
“รัฐบาลต้องยอมรับว่า แนวโน้มการส่งออกของประเทศไทยใน 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้อาจไม่สูงถึง 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อเดือน แม้ว่าใน 3 เดือนสุดท้ายของทุกๆปี เป็นโอกาสทองในการส่งออก เพราะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่และคริสต์มาส ที่คู่ค้าหลักๆของไทยเร่งสั่งซื้อสินค้าทุกชนิดจากไทยไปรองรับความต้องการในเทศกาลดังกล่าว แต่ขณะนี้ยอดส่งออกก็มีแนวโน้มว่าจะทรงตัว ทำให้โอกาสที่ยอดการส่งออกตลอดทั้งปีนี้ของประเทศไทย อาจไม่ขยายตัวมากไปกว่าที่ประเมินไว้อย่างแน่นอน”
 
ทั้งนี้ ในปัจจุบันความต้องการการบริโภคของคนไทยยังคงไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องดำเนินการผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาทิ 1.การเร่งการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเพื่อเร่งขับเคลื่อนงบประมาณไตรมาสแรกปี 58 ที่วางเป้าหมาย 30% ของงบประมาณ 2.57 ล้านล้านบาท เพราะมีเวลาเพียง 3 เดือนคือเดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ ซึ่งนอกเหนือจะทำให้เกิดการลงทุนโดยตรงแล้วยังทำให้เกิดความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วย 2.การขยายฐานรายได้ของภาคเกษตรกร ซึ่งถือเป็นฐานรากแรงซื้อที่สำคัญ และ 3.การบริโภคภายในประเทศผ่านการกระตุ้นการท่องเที่ยวให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยก็จะเป็นการฟื้นกำลังแรงซื้อในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ.