คลังเร่งอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นศก. หลังจีดีพีปีนี้โตแค่ 1.7%

 คลังเร่งอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นศก. หลังจีดีพีปีนี้โตแค่ 1.7%

ปลัดคลัง รับจีดีพีไทยปีนี้โต 1.7% จากศก.โลกไม่ฟื้น-ส่งออกหด พร้อมเร่งอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นศก. ส่งเสริมบีโอไอ เร่งเบิกจ่ายงบปี 58 ช่วง 3 เดือน อย่างน้อย 50% และผุดเขตศก.พิเศษชายแดนให้เสร็จในปีนี้ รวมถึงหนุนสินเชื่อดอกต่ำ...
 
เมื่อวันที่ 9 ต.ค.นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง คาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ว่า จะขยายตัวได้ 1.7% จากเดิมคาดว่า เติบโตร้อยละ 2 เพราะว่าเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัวตามคาด และการส่งออกขยายตัวต่ำ โดยเฉพาะตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค.ที่ติดลบสูงถึง 7% ขณะที่นำเข้าติดลบ 12% เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่อย่างที่คาดหวังไว้
 
ทั้งนี้ รัฐบาลได้พยายามเร่งออกมาตรการมาดูแลเศรษฐกิจ ทั้งการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานกว่า 3.24 แสนล้านบาท และการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ให้กับโครงการลงทุนต่างๆ 18 โครงการ คิดเป็นวงเงินลงทุนราว 3-4 แสนล้านบาท รวมถึงให้มีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 58 (ต.ค.-ธ.ค.57) ให้ได้อย่างน้อย 50% จากเป้าหมาย โดยเฉพาะงบการจัดอบรมสัมมนาที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกๆ ภาคอุตสาหกรรมให้เกิดการหมุนเวียนมากขึ้น
 
นอกจากนี้ ยังเร่งรัดให้จัดทำ 5 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแถบชายแดนให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ได้แก่ แม่สอด มุกดาหาร อรัญประเทศ คลองใหญ่ และคลองลึก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในส่วนนี้จะมีการพิจารณาให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ที่เข้าไปลงทุนในพื้นที่ เช่น การให้สิทธิพิเศษทางภาษี 5-10 ปี หรือการลดอัตราภาษีรายได้ ไปจนถึงการเว้นค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรม การสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ และสนับสนุนด้านโลจิสติกส์.