กลยุทธ์การไปทำงานใน AEC

 กลยุทธ์การไปทำงานใน AEC 

อีกไม่นานนับจากนี้ ประเทศไทยจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) พร้อมกับเพื่อนประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ และเมื่อถึงเวลานั้นจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างสะดวก โดยเฉพาะแรงงานนักวิชาชีพ หรือแรงงานเชี่ยวชาญใน 8 สาขาวิชาชีพที่ได้มีข้อตกลงยอมรับร่วมกันในเรื่องคุณสมบัติหรือมาตรฐานวิชาชีพ (Mutual Recognition Arrangement : MRA) ไว้แล้ว
 
การเตรียมความพร้อม ตลอดจนจัดวางกลยุทธ์ไว้ก่อน จะได้เปรียบเป็นอย่างมาก
 
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำงานในอาเซียนให้ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ หลายด้าน ได้แก่ การประเมินตนเอง การเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ การหางาน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเทศที่จะไปทำงาน และกลยุทธ์ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ
 
กลยุทธ์แรกที่จะกล่าวถึง คือ การประเมิน "จุดอ่อน" และ "จุดแข็ง" ของตนเอง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ทุกคนควรกระทำเป็นอันดับแรก การประเมินต้องตรงไปตรงมา ไม่ลำเอียงหรือมีอคติ และจะต้องกระทำอย่างจริงจังและเป็นระบบ เพื่อให้ทราบข้อมูลที่แท้จริง จุดแข็งที่มีอยู่แล้วก็ให้คงไว้และเพิ่มพูนให้มากขึ้น ส่วนจุดอ่อนที่ค้นพบก็หาทางแก้ไข และ/หรือปรับปรุงให้มาอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และพัฒนาให้เป็นจุดแข็งในที่สุด
 
กลยุทธ์ต่อมา คือ การหางาน ซึ่งจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบอิสระหรือการทำงานแบบมีต้นสังกัด สำหรับการทำงานแบบอิสระ หมายถึงการทำงานที่มิได้ขึ้นตรง หรือมิได้สังกัด หรือมิใช่พนักงานประจำของหน่วยงาน องค์กร หรือบริษัทใด ๆ 
 
แต่เป็นการรับทำงานให้โครงการ หรือหน่วยงานในต่างประเทศด้วยตนเอง ด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญตามสาขาวิชาชีพ ดังนั้น สิ่งที่ต้องมีและจำเป็นอันดับแรกของช่องทางนี้ คือ ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ และประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพนั้น เรียกได้ว่าต้องเชี่ยวชาญและรู้จริง และยิ่งถ้ามีประสบการณ์ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ จะเป็นประโยชน์มากและมีโอกาสได้งานสูง
 
สิ่งที่ต้องตระหนัก สำหรับการทำงานแบบอิสระ คือ ท่านจะต้องรับผิดชอบเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองทั้งหมด ดังนั้น การต่อรองผลประโยชน์และเงื่อนไขการทำงาน ค่าจ้าง การจ่ายเงิน ตลอดจนสวัสดิการต่าง ๆ ที่ผู้ว่าจ้างจัดหาและอำนวยความสะดวกให้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้พอใจทุกฝ่าย จากนั้นควรทำสัญญา หรือข้อตกลง หรือบันทึกความเข้าใจ ให้ถูกต้อง ตรงกัน จะได้ไม่มีปัญหาในอนาคต
 
สำหรับ การทำงานมีต้นสังกัด ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปบริษัท นิติบุคคล หรือหน่วยงานกรณีนี้ท่านไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก เพราะผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด และมีการช่วยเหลือ ให้การสนับสนุนทรัพยากรด้านต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานสะดวกสบาย ราบรื่น แต่ท่านจะต้องถูกกฎ ระเบียบ ของบริษัทหรือหน่วยงานที่ว่าจ้างเข้ามาควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ อีกประการหนึ่งค่าจ้างหรือผลตอบแทนอาจจะน้อยกว่าการทำงานแบบอิสระ แต่ก็แลกมาด้วยความมั่นคง และสวัสดิการที่ดีและแน่นอนกว่า
 
กลยุทธ์ในการหางาน ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม คือการเตรียมพร้อมด้านเอกสาร รวมถึงวิธีการนำเสนอ และการเตรียมตัวสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นประวัติส่วนตัวและผลงาน (เป็น CV หรือ Portfolio) ใบประกอบวิชาชีพ ใบแสดงวุฒิการศึกษา หลักฐานการอบรมต่าง ๆ ผลทดสอบด้านภาษาอังกฤษ หนังสือเดินทาง และอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อแสดงตัวตนและความสามารถ และความพร้อมที่จะไปทำงานต่างประเทศ
 
ประการต่อมา คือ กลยุทธ์ในการเตรียมความพร้อม ทั้งความพร้อมส่วนบุคคลในด้านร่างกายและจิตใจ และความพร้อมของความรู้ความสามารถในการทำงาน
 
ความพร้อมส่วนบุคคล จะต้องมีความพร้อมทั้งจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะจิตใจมีความสำคัญที่สุด กล่าวคือ ต้องมีความอยากจะไป ไม่ใช่ถูกบังคับ เพราะหากจิตใจไม่พร้อมหรือต่อต้านแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีความพร้อมด้านอื่น ๆ ครบถ้วนก็จะไปไม่รอดและล้มเหลวในที่สุด เมื่อจิตใจพร้อมแล้ว อันดับต่อมาต้องมีความพร้อมทางร่างกาย กล่าวคือ ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ อายุไม่มากจนเกินไป หรือมีโรคประจำตัว หรือเจ็บป่วย 
 
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องร่างกายนี้ใช่ว่าจะต้องสมบูรณ์และแข็งแรงไปทุกอย่าง จึงจะถือว่ามีความพร้อม ในทางกลับกันเมื่อทราบว่าตัวเองมีปัญหาตรงไหนก็วางแผนแก้ไข รักษา ป้องกัน หรือเตรียมการไว้ล่วงหน้า ควบคู่กับวางแผน ประสานงานในกรณีฉุกเฉินไว้ด้วย นอกจากนี้ ภาระรับผิดชอบต่อครอบครัวและอื่น ๆ จะต้องได้รับการวางแผน บริหารจัดการอย่างดี จะได้ไม่เป็นกังวล
 
ส่วนในเรื่องของความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในวิชาชีพนั้น จะต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ หรือคุณสมบัติที่กำหนดไว้ใน MRA ดังนั้น การหมั่นตรวจสอบพัฒนา และเสริมสร้างความรู้ ตลอดจนจัดหาใบรับรองประกอบวิชาชีพจากหน่วยงานกำกับดูแลวิชาชีพของประเทศแหล่งกำเนิด (ในที่นี้หมายถึงประเทศไทย) และประเทศในอาเซียนที่ไปทำงาน จึงมีความสำคัญ
 
นอกจากนี้ ความรู้ทางภาษาก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลที่สามารถใช้สื่อสารได้ทุกประเทศในอาเซียน ควบคู่ไปกับภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ดังนั้น ใครเก่งภาษาอังกฤษจะได้เปรียบ เนื่องจากการทำงานระดับนานาชาติมักกำหนดให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการทำงาน
 
อย่างไรก็ตาม การรู้ภาษาท้องถิ่นของประเทศที่ไปทำงาน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างมาก ทั้งในแง่ของการดำรงชีพหรือสื่อสารการทำงานกับคนท้องถิ่น
 
กลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้ามอีกประการ คือ ความรู้พื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับประเทศที่จะไปทำงาน ได้แก่ ที่ตั้ง สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ศาสนา ประเพณี ความเชื่อ การเมือง การปกครอง สกุลเงิน ระบบจราจร ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ฯลฯ และที่สำคัญได้แก่ กฎหมาย รวมถึงระเบียบในการทำงาน
 
ที่ขาดไม่ได้ คือ จะต้องทราบถึง "สิ่งที่พึงกระทำ" และ "สิ่งที่ไม่ควรทำ" ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมของเราในการไปทำงานประเทศนั้น
 
กลยุทธ์ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะหากหางานได้และมีโอกาสได้ไปทำงานต่างประเทศ จะต้องทำให้ตลอดรอดฝั่งและประสบผลสำเร็จ เพื่อสร้างหรือเพิ่มพูนประสบการณ์ ผลงานของตนเอง และบริษัทหรือหน่วยงานที่จ้างทำงาน ส่งผลให้มีงานทำอยู่เรื่อย ๆ โดยผู้เขียนขอ แนะนำกลยุทธ์ในการทำงานในต่างประเทศให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมขึ้นจากประสบการณ์การทำงานจริงในต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้นำไปปรับใช้ในการทำงานในอาเซียน ดังต่อไปนี้
 
มีวินัยในการทำงาน ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และตรงต่อเวลา, ทำงานให้เต็มความสามารถ มีความรับผิดชอบสูง, มีทักษะในการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการทำงาน หรือการบริหารตนเอง มีการวางแผนการทำงานอย่างดี, หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ช่างสังเกต ช่างวิเคราะห์ และนำข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียน, รักษาสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย ให้ร่างกายแข็งแรง รับประทานอาหารที่ดี และพักผ่อนให้เต็มที่, ละเว้นอบายมุขและสิ่งผิดกฎหมายทั้งปวง, ไม่ปล่อยให้ว่าง ควรหางานอดิเรกหรือสิ่งที่ชอบทำ และทำจิตใจให้เบิกบาน แจ่มใส ตลอดเวลาไม่คิดมาก, มีความเมตตา กรุณา มีความอดทน อดกลั้น มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป และมีมนุษยสัมพันธ์ดี, มีทักษะในการนำเสนอหรือโน้มน้าวผู้อื่นในส่วนที่เกี่ยวกับงาน และส่วนที่เกี่ยวกับตนเอง, มีสัญชาตญาณในการเอาตัวเองรอด หูตาไว และไม่นิ่งดูดาย
 
กลยุทธ์การไปทำงานใน AEC ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสรุปจากประสบการณ์การทำงานจริงในต่างประเทศ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการไปทำงานอื่น ๆ ได้ทั่วไป แต่ต้องมีการเพิ่มเติมปรับปรุงรายละเอียดบางเรื่องให้เหมาะสมกับประเทศ ประเภทงาน และวิชาชีพของผู้ที่จะไป
 
อย่างไรก็ตาม การเตรียมใจ เตรียมตัว เตรียมความพร้อม ตลอดจนวางกลยุทธ์ไว้ก่อนจะทำให้ได้เปรียบ และต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันสูง ดังนั้น ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับตัวของท่านเอง...ท่านพร้อมที่จะไปทำงานใน AEC แล้วหรือยัง ?
 
 
สิ่งควรรู้ 
 
ปัจจุบันอาเซียนได้จัดทำ MRA ร่วมกันแล้ว 8 สาขาวิชาชีพ ได้แก่ 1) สาขาวิชาชีพวิศวกรรม 2) สาขาวิชาชีพพยาบาล 3) สาขาวิชาชีพสถาปัตยกรรม 4) สาขาวิชาชีพด้านการสำรวจ 5) สาขาวิชาชีพบัญชี 6) สาขาวิชาชีพแพทย์ และ 7) สาขาวิชาชีพทันตแพทย์ 8) สาขาวิชาชีพการท่องเที่ยว
 
ในอนาคตจะมีการทำ MRA ในสาขาวิชาชีพอื่น ๆ ตามมาอีก แต่ทั้งนี้ MRA แต่ละสาขาวิชาชีพล้วนมีการกำหนดคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา ความต้องการขั้นต่ำ ประสบการณ์ ใบรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลวิชาชีพของประเทศแหล่งกำเนิด ฯลฯ รวมถึงต้องตรวจสอบคุณสมบัติ ความต้องการต่าง ๆ ของประเทศอาเซียนที่จะเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานด้วย ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้มีวิชาชีพทั้ง 8 สาขาข้างต้น ต้องตรวจสอบและศึกษารายละเอียดกับสถาบัน หรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลด้านวิชาชีพนั้น ๆ เป็นการเฉพาะ