ชูแผน “ถ่านหิน” ผลิตไฟฟ้า “ณรงค์ชัย” จ่อขึ้นราคาก๊าซหุงต้มอีกรอบ

 ชูแผน “ถ่านหิน” ผลิตไฟฟ้า “ณรงค์ชัย” จ่อขึ้นราคาก๊าซหุงต้มอีกรอบ

“ณรงค์ชัย” ไม่เบรกสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ตามคำเรียกร้องของกลุ่มเอ็นจีโอ แจงที่ไม่รอ สปช.เพราะมีเวลาทำงาน 1 ปี ย้ำพื้นที่สำรวจแปลง G1/57 ไม่เกี่ยวกับพื้นที่พิพาทไทย– กัมพูชา เผยการสำรวจสอดรับกับแผนพีดีพีใหม่ ซึ่งไทยต้องลดการใช้ก๊าซธรรมชาติ และหันไปใช้ถ่านหิน ชี้คนไทยต้องทำใจจ่อขึ้นราคาแอลพีจีอีกรอบในเร็วๆนี้
 
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้รับทราบรายงานแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า ฉบับใหม่ 20 ปี (พีดีพี-2015 หรือ พ.ศ.2559-2579) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำแผน เพื่อเสนอให้ที่ประชุม กพช.พิจารณาในเร็วๆนี้ ภายใต้แผนจะเกี่ยวข้องกับการกำหนดการใช้เชื้อเพลิง เพื่อการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการเปิดให้สำรวจสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ที่ 21 เพื่อเร่งสำรวจและจัดหาแหล่งพลังงาน เพราะปัจจุบันประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟสูงถึง 70% จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลไม่สามารถรอให้มีการหารือในเรื่องนี้ ในเวทีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ เพราะตนมีเวลาทำงาน 1 ปี และการหารือใน สปช.ก็ไม่ได้หมายความว่าไทยต้องเลิกผลิตพลังงาน
 
“ขอยืนยันว่าพื้นที่แปลงสำรวจสัมปทานปิโตรเลียมแปลง G1/57 ที่มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยบางกลุ่มอ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องไม่จริง แต่เป็นพื้นที่อยู่ในอธิปไตยของประเทศไทย ส่วนจะมีการฟ้องร้อง คนที่บิดเบือนข้อมูลหรือไม่ ผมไม่ฟ้องร้อง เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ก็มิสิทธิในการนำเสนอข้อมูล อยู่ที่ประชาชนจะเชื่อหรือไม่เชื่อเท่านั้น และการเดินทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี ที่จะไปเยือนกัมพูชาในปลายเดือน พ.ย.นี้ ก็มีเรื่องความร่วมมือด้านพลังงาน เช่น ไฟฟ้าและการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมด้วย”
 
ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติในปริมาณที่สูงมาก ที่สำคัญราคาพลังงานก็ไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จึงต้องปรับราคาให้เหมาะสม และบางเรื่องก็ได้ทำไปแล้วโดยเฉพาะก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่งและครัวเรือน ที่ได้ทำให้มีราคาเท่ากันแล้ว แต่ต่อไปต้องมองโครงสร้าง ราคา ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ดังนั้น ในเร็วๆนี้ จะมีการขึ้นราคาแอลพีจีทั้งสองภาคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อชะลออัตราการใช้ ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีต่างๆ ในส่วนของเชื้อเพลิงพลังงาน โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ก็จะพิจารณาในเร็วๆนี้
 
สำหรับแผนพีดีพีฉบับใหม่ 20 ปี ที่ในสิ้นปีนี้จะต้องนำเสนอให้ กพช.พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมีเป้าหมายลดสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติจาก 70% เพื่อผลิตไฟฟ้าของเชื้อเพลิงรวมให้เหลือเพียง 30% เมื่อสิ้นสุดแผน และเพิ่มสัดส่วนถ่านหินเป็น 30% และการซื้อไฟฟ้าอีก 30% ที่เหลือพลังงานทดแทนและอื่นๆ ตามแผนดังกล่าวจะมีการเปิดประมูลโครงการรับซื้อไฟจากเอกชน (ไอพีพี) อีกด้วย
 
ทั้งนี้ การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถทำให้เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด ที่โรงไฟฟ้ากระบี่ จังหวัดกระบี่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพราะไม่เช่นนั้น อาจเกิดไฟฟ้าดับในภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลก และเมื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติได้สำเร็จ ประเทศไทย ก็ต้องมีระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
 
เพราะประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก และยังต้องมองรวมไปถึงระบบท่อน้ำมันด้วย เพื่อเชื่อมโยงกัน จึงต้องมีแผนสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 ไปยังภาคอีสาน ส่วนกรณีปัญหากฎหมายว่า บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) คืนท่อก๊าซธรรมชาติครบหรือไม่ อยู่ที่กระบวนการกฎหมายจะตัดสินใจ แต่ในแง่ของการแยกบริษัทท่อของ ปตท.จะเร่งดำเนินการตามแผนให้ได้ในเดือน มิ.ย.2558.