กนอ.ถกผู้ประกอบการรับมือน้ำแล้ง

 กนอ.ถกผู้ประกอบการรับมือน้ำแล้ง

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การใช้น้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งในขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง โดยคาดว่ามีปริมาณน้ำใช้ในภาคการผลิตเพียงพอ แต่จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งช่วงปลายปีนี้ถึงปี 2558 พบว่าจะมีปริมาณน้ำฝนลดลง อาจส่งผลต่อปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บสำรอง เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอาจมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกมีการใช้น้ำในระบบกระบวนการผลิตในปริมาณมาก หรืออยู่ที่ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำหลักของอุตสาหกรรมในพื้นที่ 3 อ่างหลัก คือ อ่างเก็บนํ้าหนองกาย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และ อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ จังหวัดระยอง มีปริมาณน้ำสำรองเหลือเพียงแค่ 60%
 
ทั้งนี้ กนอ.จะจัดประชุมกับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามเฝ้าระวังภัยแล้งในปี 2558 เพื่อให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลไปใช้วางแผนรับมือลดการใช้น้ำ การหมุนเวียนน้ำ ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งตามแผนระยะสั้น กนอ.ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อตามแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เพียงพอกับนิคมฯ และรองรับกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น
 
นอกจากนี้ กนอ.ได้ประสานไปยังบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลและดำเนินการผันน้ำใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยขอให้เร่งให้ส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลให้ทันภายในปี 2558 เพื่อช่วยให้มีปริมาณน้ำเพียงพอในการจ่ายน้ำให้กับพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้ว
 
“ผมมั่นใจว่าแผนงานที่ กนอ.เตรียมไว้จะสามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรมให้เพียงพอ แต่ต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและตื่นตัวเตรียมแผนรับมือในส่วนของโรงงานของตนเองไว้ เพื่อให้สามารถมีน้ำใช้ตลอดช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง”.